จากกรณีเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 68 ที่กัมพูชาอ้างว่า เสียงคล้ายอาวุธจากฝ่ายไทยที่ด่านตรวจ CH1 ตำบลทมอดา อำเภอเวียลเวง จังหวัดโพธิสัตว์ ทำให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ฝั่งกัมพูชาที่กำลังลงพื้นที่ต้องระงับภารกิจ โดยต่อมา น.อ.ธรรมนูธ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ยืนยันว่า เป็นเพียงทหารของฝ่ายกัมพูชาจัดฉากให้คล้ายคณะ AOT
น.อ.ธรรมนูธ กล่าวว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ตนอยู่ในพื้นที่ด้วย ได้ส่องกล้องทางไกลพร้อมนำโดรนบิน และได้ยินเสียงดังคล้ายประทัด 1 นัด ไม่นานคณะ AOT ปลอมก็สลายตัวออกไป
ล่าสุดสำนักข่าวกัมพูชา Fresh News ออกมาตอบโต้ โดยรายงานว่า ฝ่ายไทยมักจะใช้ถ้อยคำเดิม ๆ ปฏิเสธว่า “การกระทำของกัมพูชาไม่เป็นความจริง หลอกลวง หรือไม่ใช่การกระทำของไทย”
Fresh News ระบุว่า เหตุการณ์ใช้อาวุธต่อหน้า AOT “จะทำให้ไทยไม่สามารถปกปิดความจริงได้อีกต่อไป”
สื่อกัมพูชาบอกว่า เหตุการณ์วันที่ 19 พ.ย. ไม่ได้เกิดขึ้นลับหลังกลไกการสังเกตการณ์ของ AOT เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า แม้จะมีทีมผู้สังเกตการณ์ AOT อยู่ด้วย แต่ฝ่ายไทยก็ยังกล้าละเมิด ซึ่งถือเป็นการละเมิดปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์อย่างร้ายแรง
Fresh News รายงานว่า AOT มีบทบาทติดตามการปฏิบัติตามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ตรวจสอบพื้นที่ชายแดน ตรวจสอบเหตุการณ์การยิงปืน การเคลื่อนพล หรือการระดมพล และติดตามการละเมิดใด ๆ และรายงานต่อคณะกรรมการกลางว่าด้วยความร่วมมือระหว่างไทย-กัมพูชา (RBC/JBC) และการประชุมสุดยอดอาเซียน
“ดังนั้น เมื่อ AOT ได้ยินเสียงอาวุธโดยตรงจากฝ่ายไทยในวันที่ 19 พ.ย. ไม่ใช่เพราะกัมพูชาเป็นผู้แจ้ง แต่เป็นเพราะกลไกของอาเซียนเป็นผู้แจ้งและเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง” Fresh News ระบุ
สื่อกัมพูชาบอกอีกว่า ปัจจุบันไทยไม่สามารถแก้ตัวต่อไปได้ เพราะการใช้อาวุธเกิดขึ้นตรงหน้า AOT ซึ่งเป็นกลไกสังเกตการณ์ของกลุ่มอาเซียนทั้งหมด ไม่ใช่แค่กัมพูชา
กัมพูชาคาดหวังว่า AOT จะรายงานการละเมิดนี้ต่ออาเซียนและประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น สหรัฐฯ เป็นต้น ซึ่งจะกลายเป็นพยานหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ถึงการที่ไทยละเมิดปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์
“หากไทยปฏิเสธ นั่นหมายความว่า ไทยปฏิเสธอาเซียน ไม่ใช่กัมพูชา ดังนั้น การละเมิดการยิงเพื่อบีบให้กลไกอาเซียนระงับการทำงาน จึงกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างไทยกับอาเซียน ไม่ใช่ระหว่างไทยกับกัมพูชา” Fresh News รายงาน
สำนักข่าวกัมพูชายังบอกอีกว่า หลายทศวรรษที่ผ่านมา กัมพูชาตกเป็นเหยื่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากทหารไทยตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ ประเทศไทยจึงอาศัยการสร้างเรื่องเท็จ สร้างหลักฐานเท็จ และกล่าวหากัมพูชาอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อพยายามบิดเบือนความจริงจากโลก
Fresh News บอกว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนนี้เกิดขึ้นมานานหลายปี ซึ่งกัมพูชาได้ยินแทบทุกวัน แต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 68 กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน AOT โดยมีตัวแทนจากประเทศอื่น ๆ เข้าร่วม และกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ประเทศไทยไม่สามารถปกปิด ปฏิเสธ และบิดเบือนได้
“ดังนั้น หากไทยยังคงปฏิเสธความรับผิดชอบ ไทยต้องเข้าใจว่า การปฏิเสธของไทยไม่ใช่คำตอบของกัมพูชาอีกต่อไป แต่เป็นการปฏิเสธต่อ AOT ซึ่งเป็นกลไกระหว่างประเทศภายใต้กรอบอาเซียน และเป็นพยานนานาชาติที่ได้ยินและเห็นเหตุการณ์ด้วยตาตนเอง” Fresh News ระบุ
สื่อกัมพูชาเสริมว่า นี่คือชัยชนะครั้งสำคัญของแนวทางยุทธศาสตร์ “เงียบแต่ไม่เงียบ” ของกัมพูชา ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าด้วยความรุนแรง แต่อาศัยความแข็งแกร่งของกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ และกลไกอาเซียน ในการแสดงความจริงให้โลกเห็น
เรียบเรียงจาก Fresh News