เมื่อวันที่ 19 พ.ย. แหล่งข่าว 2 รายเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณไปยังประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ว่า ยูเครนต้องยอมรับกรอบการทำงานที่สหรัฐฯ ร่างขึ้นเพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย ซึ่งเสนอให้ยูเครนสละดินแดนและอาวุธบางส่วน
แหล่งข่าวซึ่งขอสงวนนามเนื่องจากประเด็นนี้มีความละเอียดอ่อน กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวรวมถึงการลดขนาดกองทัพยูเครน และอื่น ๆ โดยสหรัฐฯ ต้องการให้ยูเครนยอมรับประเด็นหลักเหล่านี้
แผนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยูเครนกำลังเผชิญกับการเสียดินแดนเพิ่มเติมให้กับรัสเซียในยูเครนตะวันออก รวมถึงเซเลนสกีกำลังจัดการกับเรื่องอื้อฉาวคอร์รัปชัน ที่ทำให้ต้องปลดรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและกระทรวงยุติธรรมออกจากตำแหน่ง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ก่อนหน้านี้ว่า ยูเครนได้รับสัญญาณเกี่ยวกับข้อเสนอชุดหนึ่งของที่สหรัฐฯ ได้หารือกับรัสเซียเพื่อยุติสงคราม โดยที่ยูเครนไม่มีบทบาทในการเตรียมข้อเสนอดังกล่าว
เซเลนสกีไม่ได้กล่าวถึงแผนของสหรัฐฯ แต่เรียกร้องให้มีผู้นำสหรัฐฯ ช่วยยุติสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 3 ปีครึ่งนี้
“สิ่งสำคัญที่สุดในการหยุดยั้งการนองเลือดและบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนคือ เราทำงานร่วมกันกับพันธมิตรทุกฝ่าย และผู้นำสหรัฐฯ ยังคงมีประสิทธิภาพและแข็งแกร่ง” เซเลนสกีระบุ
เซเลนสกีกล่าวว่า มีเพียงสหรัฐฯ และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เท่านั้นที่มีกำลังเพียงพอที่จะยุติสงครามได้ในที่สุด”
ความพยายามในการรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพดูเหมือนจะได้รับแรงผลักดันมากขึ้น แม้ว่ารัสเซียจะยังไม่แสดงสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการยุติสงคราม
ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เรียกร้องให้ยูเครนยกเลิกแผนการเข้าร่วมพันธมิตรทางทหารนาโตที่นำโดยสหรัฐฯ และถอนกำลังทหารออกจาก 4 ภูมิภาคที่รัสเซียอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียมานานแล้ว โดยรัสเซียไม่ได้แสดงสัญญาณใด ๆ ว่าได้ยกเลิกข้อเรียกร้องเหล่านั้น และยูเครนก็ยืนยันว่าจะไม่ยอมรับ
ปัจจุบัน กองกำลังรัสเซียควบคุมพื้นที่ยูเครนประมาณ 19% และกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนบ่อยครั้งในช่วงฤดูหนาวที่กำลังใกล้เข้ามา
เรียบเรียงจาก Reuters