จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 68 เกิดเหตุผู้ประท้วงรวมตัวกันหน้าสถานทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย และกล่าวหาว่า อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน “แทรกแซง” ความพยายามของไทยในการรักษาอธิปไตย ในความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
โดยผู้ประท้วงกล่าวหาว่า อันวาร์ก้าวล่วงบทบาทประธานอาเซียนด้วยการสั่งให้ไทยระงับปฏิบัติการตามแนวชายแดน และยังอ้างว่ามาเลเซียและสหรัฐฯ กำลังพยายามใช้อิทธิพลอย่างไม่เหมาะสมต่อการตัดสินใจของไทย
นั่นทำให้นายกรัฐมนตรีอันวาร์ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวในการจัดการข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยกล่าวว่า มาเลเซียเพียงแต่อำนวยความสะดวกในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสองประเทศโดยสันติ
“เราได้อำนวยความสะดวกใน 2 เรื่อง เรื่องแรก ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะกับผู้บัญชาการทหารบก และเรื่องที่สอง กระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อประชาชนของพวกเขา” อันวาร์กล่าว
เขาเสริมว่า “ผมได้ติดต่อนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศและสอบถามว่าพวกเขาสามารถพูดคุยกันได้หรือไม่ จากนั้นพวกเขาก็ได้กำหนดขอบเขตและประเด็นต่าง ๆ กัน แล้วประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้พูดคุยกับพวกเขาเช่นกัน”
อันวาร์กล่าวว่า เขายังคงพูดคุยกับทั้งสองประเทศต่อไป “ดังนั้น จึงไม่ถูกต้องสำหรับบางฝ่ายในประเทศไทยที่จะบอกว่าเราแทรกแซง เราไม่ได้แทรกแซงแต่อย่างใด ไทยมีผลประโยชน์อันชอบธรรม (ที่จะยึดมั่น) และมีอำนาจในการแก้ไขปัญหาของตนเอง เช่นเดียวกับกัมพูชา”
อันวาร์กล่าวว่า ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการตกลงกันในขอบเขตของปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ที่ลงนามเมื่อปลายเดือน ต.ค. แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับทั้งไทยและกัมพูชา “เมื่อผมเป็นประธานการประชุม ผมได้ชี้แจงเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว”
ด้าน โมฮัมหมัด ฮัสซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่ามาเลเซียพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชาในมาเลเซีย ซึ่งเป็นพื้นที่เป็นกลาง หลังจากความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นใหม่ตามแนวชายแดน
เขากล่าวว่า แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะดูเป็นไปในทางบวกหลังจากที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้ลงนามในปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านกลับเสื่อมถอยลง
โมฮัมหมัดกล่าวว่าไทยได้ระงับการหยุดยิงหลังจากทหารหลายนายได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดระหว่างการลาดตระเวนชายแดน โดยกระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธว่าไม่ได้วางทุ่นระเบิดใหม่ อย่างไรก็ตาม ทีมสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ทั้งในไทยและกัมพูชารายงานว่า ทุ่นระเบิดเหล่านี้เป็นทุ่นระเบิดใหม่
เรียบเรียงจาก Free Malaysia Today