Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

เกษตรกรมันสำปะหลังกัมพูชาโวย เดือดร้อนหนักจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เกษตรกร-ผู้ค้ามันสำปะหลังกัมพูชาเผย เดือดร้อนอย่างหนักจากเหตุพิพาทไทย-กัมพูชา ฟาดรัฐบาลกัมพูชา “พวกเขาไม่เคยคิดว่าเราจะหาเงินไม่ได้”

วันที่ 24 พ.ย. 68 สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า เกษตรกรและผู้ค้ามันสำปะหลังในกัมพูชากำลังประสบความเดือดร้อนอย่างหนักจากเหตุพิพาทไทย-กัมพูชาที่ทำให้มีการปิดด่านชายแดน

เปม ซอม แม่ค้ามันสำปะหลังชาวกัมพูชาวัย 54 ปี เล่าว่า เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เธอต้องเคลื่อนย้ายมันสำปะหลังเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตรจากจังหวัดอุดรมีชัยไปยังโพธิสัตว์ เพื่อหลีกหนีภัยคุกคามจากความขัดแย้งที่บ้านเกิดของเธอซึ่งอยู่ติดชายแดนไทย

เกษตรกรมันสำปะหลังกัมพูชาโวย เดือดร้อนหนักจากความขัดแย้งไทย-กัมพูชา Reuters/Adrees Latif
มันสำปะหลังที่ปลูกในกัมพูชา (แฟ้มภาพ)

เธอกล่าวถึงทัศนคติของรัฐบาลกัมพูชาหลังจากการปะทะกันที่ชายแดนว่า “เราสูญเสียเงินเพราะสงคราม พวกเขาไม่เคยคิดว่าเราจะหาเงินไม่ได้ เราต้องอยู่รอดด้วยตัวเอง”

เกษตรกรและพ่อค้ามันสำปะหลังหลายหมื่นคนในกัมพูชากำลังเผชิญกับราคาตกต่ำ ก่อนเกิดความขัดแย้ง ไทยซื้อมันสำปะหลังจากกัมพูชาไปประมาณ 30-50%

กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาประเมินว่า ในปีนี้จะมีปริมาณมันสำปะหลังประมาณ 16 ล้านเมตริกตัน แต่เนื่องจากพรมแดนยังคงปิด และปฏิญญาสันติภาพก็ถูกระงับ ทำให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่กล่าวว่า พวกเขากำลังพยายามเปลี่ยนเส้นทางการค้าและหาโรงงานแปรรูปทางเลือก

ประชาชนหลายแสนคนในกัมพูชาพึ่งพามันสำปะหลังในการดำรงชีพ โดยเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของกัมพูชา รองจากข้าว

ตัวเลขจากภาคอุตสาหกรรมระบุว่า ราคาไม่ได้ร่วงเพียงเพราะผู้ซื้อจากไทยหายไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขาดการแข่งขันอันเนื่องมาจากกำลังการแปรรูปภายในประเทศที่จำกัด ทำให้เวียดนาม ซึ่งก่อนเกิดการปะทะกันเคยซื้อผลผลิตไปครึ่งหนึ่ง สามารถกำหนดราคาที่ต่ำลงได้

เอี้ยง เซม เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังวัย 70 ปี ในจังหวัดโพธิสัตว์ กล่าวว่า “เมื่อพ่อค้าคนกลางกำหนดราคาให้ต่ำ มีแต่เกษตรกรเท่านั้นที่จะตาย”

เธอเสริมว่า ปีนี้เธอดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินเก็บ แต่จะต้องดิ้นรนเพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนของหลาน ๆ

พ่อค้ารายหนึ่งในโพธิสัตว์ ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ บอกว่า ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาทำให้การแข่งขันแทบจะหมดไป ทำให้ผู้ซื้อชาวเวียดนามเสนอราคาต่ำแก่เกษตรกรและผู้ค้า

“ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามันสำปะหลัง 100 คันไปเวียดนาม ราคาก็ถูกกำหนดไว้แล้ว แต่ถ้ามันสำปะหลัง 1,000 คันไปเวียดนาม ราคาจะลดลงอย่างน้อย 50 เรียล (40 สตางค์) ต่อกิโลกรัม หรือมากกว่า” เขาบอก

เพื่อทำกำไร พ่อค้าจึงบรรทุกมันสำปะหลังมากขึ้นบนรถบรรทุกแต่ละคัน ซึ่งเดินทางประมาณ 400 กิโลเมตรจากโพธิสัตว์ไปยังชายแดนเวียดนาม

ผลกระทบที่ตามมาคือ พ่อค้าคนกลางชาวกัมพูชาได้ลดจำนวนเงินที่จ่ายให้เกษตรกร โดยสำหรับมันสำปะหลังสด ราคาจะลดจากประมาณ 350 เรียลต่อกิโลกรัม (2.8 บาท) เหลือเฉลี่ย 200 เรียลต่อกิโลกรัม (ราว 1.6 บาท) ส่วนราคามันสำปะหลังแห้งลดลงจากประมาณ 800 เรียล (ราว 6.5 บาท) เหลือไม่ถึง 600 เรียล (ราว 4.9 บาท)

เฮน ถัง เกษตรกรวัย 70 ปี กล่าวว่า หากราคาลดลงต่ำกว่า 150 เรียลต่อกิโลกรัม (ราว 1.2 บาท) การปลูกมันสำปะหลังจะมีแต่เสียกับเสีย และบอกว่า ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยแบบนี้ ผู้ให้กู้ควรลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรและผู้ค้า ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเหล่านี้กำหนดไว้ที่ 18% ต่อปี แต่กลับถูกเพิ่มค่าธรรมเนียมเข้ามาด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่กัมพูชากล่าวว่า เวียดนามได้เพิ่มปริมาณการซื้อและกำลังส่งเสริมให้สร้างโรงงานแปรรูปเพิ่มขึ้น

คิม ฟินัน โฆษกกระทรวงเกษตรกัมพูชา พยายามบ่ายเบี่ยงว่าผลกระทบของการปิดพรมแดนไทย-กัมพูชาไม่ได้มีผลต่อราคา โดยให้เหตุผลว่า ราคาเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2567 เนื่องจากความต้องการในภูมิภาคที่ลดลง

เขากล่าวในแถลงการณ์ว่าภาคส่วนนี้ยังคงสามารถจัดการได้ “สถานการณ์ชายแดนเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งตามธรรมชาติ แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของราคาที่ตกลง” พร้อมเสริมว่ารัฐบาลยังส่งเสริมให้โรงงานอาหารสัตว์ในประเทศซื้อมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะที่ เพ็ญ โสวิเชียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา กล่าวว่า ไม่กังวลที่จะสูญเสียตลาดไทย “นี่ไม่ใช่การประกาศทางการเมือง แต่มันคือผลกระทบที่แท้จริงของตลาด เราไม่ได้กังวลมากเกินไปว่าเกษตรกรหรือโรงงานในประเทศไทยจะหยุดซื้อสินค้าจากเรา เพราะเรามีตลาดในเวียดนามและตลาดส่งตรงไปยังจีน”

เพ็ญเสริมว่า ปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา สมาคมมันสำปะหลังเวียดนามได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเพื่อซื้อมันสำปะหลัง 9 ล้านตันจากกัมพูชาในระยะเวลา 5 ปี

รัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวมาพร้อมกับคำมั่นสัญญาที่จะสร้างโรงงานแปรรูปใหม่ 2-3 แห่งในจังหวัดเตยนิญ ซึ่งอยู่ติดกับกัมพูชา และให้โรงงานที่มีอยู่ของเวียดนามขอซื้อมันสำปะหลังเพิ่มเติมจากกัมพูชา

สมาคมมันสำปะหลังเวียดนามกล่าวในแถลงการณ์ว่า เวียดนามคาดว่าจะมีความต้องการมันสำปะหลังจากกัมพูชาเพิ่มขึ้นในฤดูเก็บเกี่ยวนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อพืชผลในท้องถิ่นและราคาข้าวโพดที่ค่อนข้างสูง

สมาคมมันสำปะหลังเวียดนามกล่าวว่า “ผู้ประกอบการนำเข้าของเวียดนามกำลังเตรียมเงื่อนไขสำหรับการนำเข้ามันสำปะหลังเส้นจากกัมพูชาผ่านด่านชายแดนที่สะดวกสบาย ซึ่งจะช่วยแข่งขันด้านราคาโลจิสติกส์สำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย”

เพ็ญ โสวิเชียร กล่าวว่า กัมพูชากำลังพยายามดึงดูดบริษัทจีนให้เข้ามาสร้างโรงงานแปรรูปมันสำปะหลังในกัมพูชามากขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและชาวเวียดนามต่างก็แปรรูปมันสำปะหลังเพื่อส่งขายให้กับตลาดจีนอยู่แล้ว

กัมพูชายังมีโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ 21 แห่ง และครึ่งหนึ่งของโรงงานเหล่านี้ระบุว่ายินดีที่จะเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อ กระทรวงพาณิชย์กล่าว แต่ เพ็ญ โสวิเชียร ยอมรับว่าบางแห่งลังเลที่จะขยายกำลังการผลิต

“นักลงทุนบางรายลังเลที่จะลงทุนเพิ่ม และพวกเขาเลือกที่จะส่งออกมันสำปะหลังสดไปยังเวียดนามหรือไทย เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ได้มาอย่างสะดวก และทำให้ได้กำไรเร็วขึ้น แม้ว่าจะมีผลประโยชน์น้อยกว่าก็ตาม” เขากล่าว

แต่ในขณะที่ราคายังคงอยู่ในระดับต่ำ เกษตรกรบางรายวางแผนที่จะกระจายความเสี่ยง เช่น เอี้ยง เซม ที่บอกว่า “จะปลูกมันสำปะหลังหลังฤดูกาลนี้ แต่จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเม็ดมะม่วงหิมพานต์แทน เพราะเม็ดมะม่วงหิมพานต์ขายได้ราคาสูงกว่า”

 

เรียบเรียงจาก Nikkei Asia

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ