รัฐบาลยูเครนเปิดเผยว่า ได้บรรลุความเข้าใจร่วมกันกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพ ที่มีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามกับรัสเซีย โดยข้อเสนอนี้อ้างอิงจากแผน 28 ข้อที่สหรัฐฯ นำเสนอต่อรัฐบาลเคียฟ หลังเจ้าหน้าที่อเมริกันและยูเครนร่วมกันหารือระหว่างการเจรจาในนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า แผนดั้งเดิมนั้นได้รับการปรับแก้ โดยมีข้อเสนอจากทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่มเติมเข้ามา
ทรัมป์เสริมว่า สั่งการให้ สตีฟ วิตคอฟฟต์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ขณะเดียวกัน แดน ดริสคอลล์ รัฐมนตรีว่าการทบวงทหารบกของสหรัฐฯ จะเป็นผู้หารือกับฝ่ายยูเครน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาที่แน่ชัดสำหรับการประชุมดังกล่าว
ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ว่า พร้อมที่จะพบกับประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นอ่อนไหว และรัฐบาลเคียฟ ตั้งเป้าหมายว่า การประชุมสุดยอดดังกล่าวจะเกิดขึ้นก่อนสิ้นเดือนนี้
ขณะที่ทำเนียบขาวไม่ได้แสดงความคิดเห็นถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาทวิภาคี แต่ทรัมป์โพสต์ข้อความว่า ตนเองตั้งตารอที่จะได้พบกับประธานาธิบดีเซเลนสกีและปูตินในเร็ววันนี้ แต่เฉพาะเมื่อข้อตกลงยุติสงครามในครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์หรืออยู่ในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น
แม้ทำเนียบขาวจะค่อนข้างมองโลกในแง่ดี แต่ผู้นำยุโรปหลายชาติดูเหมือนจะยังไม่มั่นใจว่าสันติภาพจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม หลังสงครามยืดเยื้อ มานานเกือบ 4 ปี โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส ระบุว่า ยังไม่เห็นความตั้งใจของรัสเซียที่จะหยุดยิง ขณะที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เตือนว่า หนทางยังยาวไกลและมีเส้นทางที่ยากลำบากรออยู่ข้างหน้า
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทำเนียบเครมลินของรัสเซีย ระบุว่า ยังไม่ได้รับการปรึกษาหารือเกี่ยวกับร่างข้อตกลงใหม่และเตือนว่ารัสเซียอาจไม่ยอมรับการแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติมจากแผนเดิม เมื่อสัปดาห์ก่อน
ด้าน เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย เตือนว่า แม้มอสโกจะสนับสนุนกรอบแผนดั้งเดิมที่สหรัฐฯ เสนอ แต่สถานการณ์จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงหากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเสริมว่าจนถึงเช้าวันที่ 25 พ.ย. ทำเนียบเครมลินก็ยังไม่ได้รับสำเนาแผนฉบับใหม่และกล่าวหายุโรปว่าบ่อนทำลายความพยายามสันติภาพของสหรัฐฯ
ประเด็นหลายอย่างที่รัสเซียและยูเครนยังคงขัดแย้งอย่างรุนแรงและยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้น รวมถึงการให้หลักประกันด้านความมั่นคงแก่รัฐบาลเคียฟและการควบคุมพื้นที่ที่มีการสู้รบรุนแรงทางตะวันออกของยูเครน
รัสเซียเรียกร้องให้ยูเครนถอนกำลังออกจากดินแดนดอนบาสที่ประกอบด้วยแคว้นโดเนตสก์และลูฮันสก์ ทางตะวันออก นอกจากนี้ กองทัพรัสเซียยังได้ควบคุมคาบสมุทรไครเมียและพื้นที่ส่วนใหญ่ของอีก 2 ภูมิภาค คือ เคอร์ซอนและซาโปริชเชียด้วย
ทั้งนี้ ทหารหลายหมื่นนายและพลเรือนหลายพันเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ และประชาชนหลายล้านคนต้องอพยพออกจากบ้าน นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2022 ที่ผ่านมา