เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุทหารและพลเรือนชาวอเมริกันที่กำลังปฏิบัติภารกิจในซีเรีย ถูกซุ่มโจมตีจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยทางการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของกลุ่มไอเอส หรือ ISIS
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหมระบุในแถลงการณ์ว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิต 2 นาย ล่ามพลเรือนเสียชีวิต 1 คน และทหารอเมริกาบาดเจ็บ 3 นาย จากเหตุซุ่มโจมตีดังกล่าว โดยเป็นฝีมือมือปืนไอเอสเพียงคนเดียว
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า จะมีการตอบโต้ที่รุนแรงมาก
“เราจะตอบโต้” ทรัมป์กล่าว และเสริมว่า สหรัฐฯ กำลังไว้อาลัยต่อการสูญเสียวีรบุรุษชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม และภาวนาให้ทหารผู้บาดเจ็บ 3 นายหายดี ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนจะอาการดีขึ้นมาก
ประธานาธิบดีกล่าวถึงความร่วมมือของสหรัฐฯ กับกองกำลังซีเรีย “ซีเรียร่วมต่อสู้เคียงข้างเรา ประธานาธิบดีคนใหม่ของซีเรียเสียใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น”
ด้านสำนักงานของผู้ว่าการรัฐไอโอวา คิม เรย์โนลด์ส กล่าวในแถลงการณ์ว่า ทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดเป็นสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิรัฐไอโอวา
“วันนี้หัวใจของเราหนักอึ้ง และเราขอภาวนาและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของทหารของเราที่เสียชีวิตในหน้าที่ ผมขอให้ชาวไอโอวาทุกคนร่วมใจกันสนับสนุนพวกเขาและภาวนาให้พวกเขาผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้” เรย์โนลด์กล่าว
แถลงการณ์ระบุว่า ทหารกองกำลังรักษาดินแดนแห่งรัฐไอโอวาประมาณ 1,800 นาย เริ่มเคลื่อนพลไปยังตะวันออกกลางในช่วงปลายเดือน พ.ค. เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการ Inherent Resolve ซึ่งเป็นภารกิจของสหรัฐฯ ในการปราบปรามกลุ่ม ISIS
ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า “ภารกิจของทหารเหล่านี้เป็นการสนับสนุนปฏิบัติการต่อต้าน ISIS/ต่อต้านการก่อการร้ายที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิภาค”
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุถูกสังหารโดยกองกำลังพันธมิตรแล้ว
เฮกเซธบอกว่า “ขอให้รู้ไว้ว่า หากคุณโจมตีชาวอเมริกัน ไม่ว่าที่ใดในโลก คุณจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างกระวนกระวายใจ โดยรู้ว่าสหรัฐอเมริกาจะตามล่าคุณ ค้นหาคุณ และสังหารคุณอย่างโหดเหี้ยม”
ทั้งนี้ ISIS ยังไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีอย่างเป็นทางการ
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้น 1 เดือนหลังจากซีเรียเข้าร่วมพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2014 พันธมิตรนี้ได้ดำเนินการทางทหารต่อต้าน ISIS ในซีเรียและอิรักโดยมีหลายประเทศเข้าร่วม
กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการอยู่ในหลายพื้นที่ของซีเรียมานานหลายปีแล้ว รวมถึงที่ฐานทัพอัล-ตันฟ์ ในจังหวัดฮอมส์ ซึ่งพวกเขาฝึกกองกำลังพันธมิตรซีเรียในฐานะส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับกลุ่มไอเอส
ก่อนหน้านี้บุคลากรชาวอเมริกันเคยถูกโจมตี และเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมาถือเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุระเบิดในปี 2019 ในเมืองมันบิจทางตอนเหนือ ซึ่งโจมตีหน่วยลาดตระเวน ทำให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 นาย และพลเรือนชาวอเมริกันเสียชีวิต 2 คน
นูร์ เอดดิน อัล-บาบา โฆษกกระทรวงมหาดไทยซีเรีย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ กองกำลังซีเรียได้แจ้งเตือนด้านข่าวกรองแก่กองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ โดยผู้นำในกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในของประเทศในภูมิภาคบาเดียได้แจ้งเตือนกองกำลังพันธมิตรนานาชาติที่นำโดยสหรัฐฯ เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้น “ที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการโจมตีของไอเอสที่คาดว่าจะเกิดขึ้น”
“อย่างไรก็ตาม กองกำลังพันธมิตรไม่ได้นำคำเตือนของซีเรียไปพิจารณา” อัล-บาบา กล่าว
เขากล่าวว่า การโจมตีเกิดขึ้นขณะที่กองกำลังพันธมิตรและกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในของซีเรียกำลังทำการลาดตระเวนร่วมกันในภูมิภาคบาเดียเมื่อช่วงเช้าที่ 13 ธ.ค.
คณะผู้แทนได้เข้าไปในศูนย์บัญชาการที่มีการเสริมกำลัง ซึ่งเป็นของผู้นำกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในของซีเรีย ก่อนทที่ผู้ก่อเหตุจะเปิดฉากยิงที่ประตู
อัล-บาบากล่าวว่า ผู้โจมตีได้ยิงปะทะกับทหารรักษาการณ์ของซีเรียและกองกำลังพันธมิตรก่อนที่จะถูกวิสามัญฆาตกรรม
เรียบเรียงจาก CNN