อุม สม อาน อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคสงเคราะห์ชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่กัมพูชาควรเปิดการเจรจาเพื่อจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ทางทหาร ไม่ว่าจะเป็น F-16 หรือ F-35 จากสหรัฐอเมริกา ภายหลังรัฐบาลวอชิงตันได้ยกเลิกข้อจำกัดในการจำหน่ายอาวุธให้แก่กัมพูชา
อดีต สส. ระบุว่า นอกจากสหรัฐฯ แล้ว กัมพูชายังมีทางเลือกในการจัดซื้อเครื่องบินรบจากประเทศมหาอำนาจด้านการทหารอื่น ๆ เช่น จีน รัสเซีย ฝรั่งเศส และสวีเดน
เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศให้ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้าน
อุม สม อาน ชี้ว่า ในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน ปัจจุบันมีเพียงกัมพูชาและติมอร์-เลสเตเท่านั้นที่ยังไม่มีเครื่องบินขับไล่ประจำการ ขณะที่แม้แต่เมียนมา ซึ่งถูกมองว่าเป็นประเทศยากจนกว่ากัมพูชา ยังมีเครื่องบินรบใช้งานอยู่แล้ว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงช่องว่างด้านศักยภาพทางทหารของกัมพูชาในระดับภูมิภาค
อุม สม อาน ระบุเพิ่มเติมว่า กัมพูชาสามารถจัดหาเครื่องบินรบได้ทั้งจากงบประมาณแผ่นดิน หรือผ่านการระดมทุนจากนักธุรกิจระดับออกญา รวมถึงประชาชนชาวกัมพูชา พร้อมประกาศเจตนารมณ์ว่าจะร่วมสมทบทุนด้วยตนเอง หากมีการดำเนินโครงการดังกล่าว
นอกจากเครื่องบินรบแล้ว อุม สม อาน ยังเสนอให้กัมพูชาจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ หรือระบบป้องกันขีปนาวุธ เช่น ระบบ KS-1C จากจีน หรือระบบจากสหรัฐอเมริกา อิสราเอล หรือประเทศอื่น ๆ
เนื่องจากมองว่ากัมพูชาแทบไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ หรือมีอยู่เพียงจำนวนน้อย และจำกัดการใช้งานเฉพาะการคุ้มครองผู้นำระดับสูง
อุม สม อาน ยังกล่าวอ้างว่า เครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยมีการปฏิบัติการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กัมพูชายังขาดระบบป้องกันทางอากาศที่สามารถตอบโต้หรือสกัดกั้นอากาศยานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้กัมพูชาจัดซื้ออาวุธต่อต้านโดรน ปืนยิงสกัดอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงโดรนทางทหารเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในสนามรบ และยกระดับศักยภาพของกองทัพกัมพูชาในการเผชิญหน้ากับกองทัพไทยในสถานการณ์สู้รบ
ที่มา: FB/ Um Sam An