ลาร์ส ล็อกเก ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เดนมาร์ก เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการแต่งตั้งทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ ซึ่งประกาศจุดยืนว่าต้องการเห็นกรีนแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
ราสมุสเซนกล่าวด้วยว่า เขาจะเรียก เคนเนธ โฮเวอรี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเดนมาร์กเข้าพบ เพื่อตอบโต้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลทรัมป์
“ผมไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการแต่งตั้งทูตพิเศษครั้งนี้ และผมไม่พอใจเป็นพิเศษต่อถ้อยแถลงของทูตพิเศษ ซึ่งเราเห็นว่าไม่อาจยอมรับได้ด้วยประการทั้งปวง” ราสมุสเซนกล่าว
เขาเสริมว่า “ดังนั้น เราจะเรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเดนมาร์กเข้าพบที่กระทรวงการต่างประเทศในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือในสองประเด็น คือ ประเด็นแรก เพื่อย้ำให้ชัดเจนอีกครั้งว่ามีการลำเส้นบางเส้นไปแล้ว และประเด็นที่สอง เพื่อขอคำอธิบาย”
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศแต่งตั้ง เจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา ให้ดำรงตำแหน่งทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์
โดยทรัมป์ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “เจฟฟ์เข้าใจดีว่ากรีนแลนด์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และจะผลักดันผลประโยชน์ของสหรัฐฯ อย่างแข็งขัน เพื่อความปลอดภัย ความมั่นคง และความอยู่รอดของพันธมิตรของสหรัฐฯ และของโลก”
ขณะเดียวกัน แลนดรีได้กล่าวขอบคุณทรัมป์สำหรับการแต่งตั้ง โดยระบุว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ เพื่อทำให้กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
ทรัมป์ได้แสดงจุดยืนหลายครั้งว่าเขาต้องการผนวกกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ อุดมด้วยทรัพยากรในมหาสมุทรแอตแลนติก และเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก โดยอ้างว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ทั้งกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต รวมถึงสหภาพยุโรป ต่างคัดค้านแนวคิดดังกล่าวอย่างหนักแน่น