ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสความกังวลในหมู่ชาวจีนและนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อมีรายงานว่า “Trip.com Group” ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวข้ามชาติที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศจีน ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านการตลาดกับกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา
โดยผู้ใช้จำนวนมากแสดงความกังวลว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจมีการแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานให้กับกัมพูชา และนักท่องเที่ยวชาวจีนบางส่วนเกรงว่าจะตกเป็นเป้าหมายของแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา
นั่นทำให้เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทาง Trip.com Group ออกแถลงการณ์ชี้แจง ระบุว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นเพียงความร่วมมือในการโปรโมตการท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำร่วมกับหน่วยงานการท่องเที่ยวในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกเช่นกัน
โดยเนื่องจากความกังวลของผู้ใช้ บริษัทจึงได้ระงับความร่วมมือดังกล่าวแล้วโดยทันที และขอยืนยันว่า ไม่มีการแลกเปลี่ยนหรือขายข้อมูลผู้ใช้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันต่อมา ทางกัมพูชากลับปฏิเสธว่า รายงานว่า Trip.com ได้ระงับข้อตกลงความร่วมมือกับกัมพูชานั้น เป็นข่าวเท็จ และมีเพียง Trip Thailand เท่านั้นที่ยกเลิก
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชากล่าวว่า ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่สนับสนุนข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ และชี้ว่ารายงานดังกล่าวอาจมีเจตนาแอบแฝงเพื่อบ่อนทำลายภาคการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตของกัมพูชา
แต่ล่าสุดวันที่ 25 ธ.ค. ทาง Trip.com ออกแถลงการณ์อีกครั้ง ระบุว่า ข้อตกลงความร่วมมือด้านการตลาดกับกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการท่องเที่ยวและไม่เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้
“ข้อตกลงความร่วมมือด้านการตลาดนั้นเดิมทีวางแผนไว้เพื่อเผยแพร่เนื้อหาโฆษณาหลังจากที่กัมพูชาประกาศยกเว้นวีซ่าสำหรับพลเมืองจีน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากคำแนะนำด้านความปลอดภัยล่าสุดที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตจีนในกัมพูชา บริษัทจึงระงับกิจกรรมโฆษณาที่วางแผนไว้ทันที” แถลงการณ์ระบุ
Trip.com Group กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว เดิมกำหนดไว้ว่าจะดำเนินไปตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568 ถึงเดือน มี.ค. 2569 แต่ “ความร่วมมือนี้ยังไม่เคยเริ่มต้นขึ้นจริง”
นับตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. สถานทูตจีนในกัมพูชาได้ออกคำเตือน 5 ครั้ง โดย 4 ครั้งเกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และอีก 1 ครั้งเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวจีนบางส่วนถูกล่อลวงให้ไปทำงานต่างประเทศด้วยคำสัญญาว่าจะได้งานที่มีรายได้สูง แต่สุดท้ายกลับไปทำงานในแก๊งสแกมเมอร์
ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. Trip.com ย้ำเพื่อคลายความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล โดยระบุว่า “ข้อตกลงกับกัมพูชาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบ่งปันข้อมูลใด ๆ และไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้”
Trip.com กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลเครือข่ายเป็นประจำทุกปีโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ดำเนินการประเมินปี 2568 เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วในเดือน ต.ค.”
การระงับความร่วมมือนี้เกิดขึ้นในขณะที่กัมพูชากำลังพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนให้มากขึ้น โดยมีแผนที่จะทดลองยกเว้นวีซ่าให้กับพลเมืองจีนตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. ถึง 15 ต.ค. 2569
ทั้งนี้ ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 กัมพูชาได้รับนักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 1 ล้านคน คิดเป็นมากกว่า 20% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 4.8 ล้านคน ตามข้อมูลของนายฮูโอต ฮัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของกัมพูชา
ก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ คณะกรรมการการท่องเที่ยวกัมพูชายืนยันว่าประเทศ “ยังคงปลอดภัยและเปิดให้บริการอย่างเต็มที่” และ “จุดหมายปลายทางหลัก” รวมถึงเสียมเรียบและพนมเปญ ดำเนินการ “โดยไม่หยุดชะงัก”