สำนักข่าว Khmer Times ของกัมพูชารายงานว่า ได้ส่งนักข่าวไปสำรวจและบันทึกภาพความเสียหายของหมู่บ้านโจกเจย (บ้านหนองจาน) จังหวัดบันเตียเมียนเจย ภายหลังไทย-กัมพูชาตกลงหยุดยิง
เพ็น ริธี หัวหน้าหมู่บ้านโจกเจย ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหลังจากบ้านของเขาถูกทำลายระหว่างความขัดแย้งนาน 3 สัปดาห์ กล่าวว่า ขณะนี้หมู่บ้านอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพไทยแล้ว
ตามคำกล่าวของหัวหน้าหมู่บ้าน ก่อนการปะทะ มีประชาชน 807 ครอบครัว หรือ 3,022 คน อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้
“อย่างที่คุณเห็น บ้าน 98% ในหมู่บ้านนี้ถูกทำลายหรือเสียหายอย่างหนักจากการยิงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 26 ธ.ค. หนึ่งวันก่อนข้อตกลงหยุดยิง” เขากล่าว
เพ็น ริธี เสริมว่า หลังจากการลงนามข้อตกลงหยุดยิง ทหารไทยได้ติดตั้งลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์เพื่อปิดกั้นเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านทั้งหมด ทำให้ชาวบ้านกว่า 3,000 คนไม่สามารถกลับไปบ้านเรือนที่พวกเขาอาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคนได้
ตามข้อมูลจากทางการท้องถิ่น มีบ้านเรือนน้อยกว่า 100 หลังที่อยู่นอกแนวลวดหนาม ทำให้การเข้าถึงจากพื้นที่โดยรอบถูกจำกัด
“พวกเขาระดมยิงหมู่บ้านของเราทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ต่ำกว่า 1,000 ครั้งต่อวัน มันเป็นการรุกรานที่โหดร้าย” เพ็น ริธี กล่าว
Khmer Times รายงานว่า บ้านเรือนทั้งภายในและภายนอกแนวลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ถูกทำลายหรือเสียหายอย่างหนักจากการระดมยิงแบบไม่เลือกเป้าหมาย ขณะที่วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXOs) ก็ปรากฏให้เห็นในหลายจุด นอกจากนี้ยังพบธงชาติไทยโบกสะบัดอยู่บนตู้คอนเทนเนอร์ด้วย
Khmer Times ระบุว่า กำแพงเต็มไปด้วยร่องรอยการถูกยิงและหลุมระเบิด ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากเครื่องบินขับไล่ F-16 และปืนใหญ่ขนาด 155 มม. รถยนต์และบ้านไม้ถูกเผาทำลายจนเหลือแต่ซาก
เรียบเรียงจาก Khmer Times