เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ ได้ออกมาตอบโต้คำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวในการประชุมดาวอสว่า “แคนาดาอยู่ได้เพราะสหรัฐฯ”
คาร์นีย์กล่าวว่า แคนาดาเจริญรุ่งเรืองเพราะค่านิยมของชาวแคนาดาเอง และแคนาดาสามารถแสดงให้โลกเห็นว่า อนาคตไม่จำเป็นต้องมีเผด็จการ
ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ เกิดจากคาร์นีย์กล่าวในการประชุมดาวอส ประณามการบีบบังคับของมหาอำนาจต่อประเทศเล็ก ๆ โดยไม่ได้เอ่ยชื่อทรัมป์โดยตรง
ต่อมาทรัมป์กล่าวในสุนทรพจน์ของตัวเองว่า “แคนาดาอยู่ได้เพราะสหรัฐฯ จำไว้ด้วยนะมาร์ก ครั้งต่อไปที่คุณพูดอะไร”
ทรัมป์บอกอีกว่า แคนาดาได้รับสิทธิพิเศษมากมายจากสหรัฐฯ และควรจะรู้สึกขอบคุณ แต่สุนทรพจน์ของคาร์นีย์ในดาวอสแสดงให้เห็นว่า “เขาไม่ได้รู้สึกขอบคุณมากนัก”
ต่อมาทรัมป์ได้ยกเลิกคำเชิญให้คาร์นีย์เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) โดยระบุว่า “เรียนท่านนายกรัฐมนตรีคาร์นีย์ โปรดให้จดหมายฉบับนี้เป็นตัวแทนว่า คณะกรรมการสันติภาพได้ถอนคำเชิญ เกี่ยวกับการเข้าร่วมคณะผู้นำที่มีเกียรติที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดตั้งขึ้น”
คาร์นีย์ออกจากดาวอสก่อนที่ทรัมป์จะเปิดตัวคณะกรรมการสันติภาพ
เมื่อกลับถึงแคนาดา คาร์นีย์ตอบโต้ว่า “แคนาดาไม่ได้อยู่ได้เพราะสหรัฐฯ แคนาดาเจริญรุ่งเรืองเพราะเราเป็นชาวแคนาดา”
คาร์นีย์กล่าวว่า แคนาดาและสหรัฐฯ ได้สร้างความร่วมมือที่โดดเด่นในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เข้มข้น “แต่เราเป็นเจ้าของบ้านของเรา นี่คือประเทศของเรา นี่คืออนาคตของเรา ทางเลือกขึ้นอยู่กับเรา”
นายกฯ แคนาดาบอกว่า กล่าวว่าการยึดมั่นในคุณค่าของแคนาดาเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอธิปไตยของประเทศ “เราสามารถแสดงให้เห็นว่ามีหนทางอื่นที่เป็นไปได้ ว่าเส้นทางของประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกกำหนดให้บิดเบี้ยวไปสู่เผด็จการและการกีดกัน มันยังคงสามารถไปสู่ความก้าวหน้าและความยุติธรรมได้”
คาร์นีย์กล่าวว่า “แคนาดาต้องเป็นแสงสว่างนำทาง เป็นตัวอย่างแก่โลกที่กำลังสับสน”
คาร์นีย์กล่าวว่าในยุคที่ลัทธิประชานิยมและชาตินิยมทางเชื้อชาติกำลังเพิ่มสูงขึ้น แคนาดาสามารถแสดงให้เห็นว่าความหลากหลายเป็นจุดแข็ง ไม่ใช่จุดอ่อน
“มีผู้คนหลายพันล้านคนที่ปรารถนาในสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา นั่นคือสังคมพหุวัฒนธรรมที่ทำงานได้” คาร์นีย์กล่าว
เขากล่าวว่า แคนาดามอบความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันและมีประชาธิปไตยที่เลือกที่จะปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่าจากผู้มีอำนาจ
“นี่เป็นประเทศที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคน นี่เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับคนธรรมดา คุณไม่จำเป็นต้องเกิดมาในครอบครัวร่ำรวยหรือครอบครัวที่มีที่ดิน คุณไม่จำเป็นต้องมีสีผิวใดสีหนึ่งหรือนับถือเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง” เขากล่าว
เรียบเรียงจาก Associated Press