ทางการอินเดียกำลังเร่งควบคุมการระบาดของไวรัสนิปาห์ (Nipah) ในรัฐเบงกอลตะวันตก ทางตะวันออกของประเทศ หลังจากพบผู้ติดเชื้อแล้ว 5 ราย และต้องกักกันผู้คนเกือบ 100 คน
ทางการระบุว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 3 รายเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เพิ่มจากผู้ติดเชื้อเดิม 2 ราย ซึ่งเป็นพยาบาลชายและหญิงที่ตรวจพบเชื้อก่อนหน้านี้ พยาบาลทั้งสองทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองบาราซัต ใกล้กับโกลกาตา เมืองหลวงของรัฐเบงกอลตะวันตก
สำนักข่าวอินเดียรายงานว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 รายประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
ไวรัสนิปาห์ ซึ่งแพร่กระจายจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเชื้อโรคสำคัญลำดับต้น ๆ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เนื่องจากมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อและไม่มีวิธีการรักษา
เจ้าหน้าที่รัฐบาลกล่าวว่า มีผู้คนเกือบ 100 คนถูกขอให้กักกันตัวเองที่บ้าน หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา
ผู้ติดเชื้อรายล่าสุดถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโรคติดเชื้อในเบเลกาตา ทางตะวันออกของเมืองโกลกาตา ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้านี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุขรัฐเบงกอลตะวันตก กล่าวว่า “อาการของพยาบาลชายดีขึ้น แต่ผู้ป่วยหญิงยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ทั้งสองคนกำลังได้รับการรักษาในห้องไอซียู”
ผู้เชี่ยวชาญในประเทศอินเดีย ซึ่งต่อสู้กับการระบาดของไวรัสนิปาห์ทุกปี ได้เตือนถึงลักษณะการติดเชื้อจากสัตว์สู่คนของไวรัสนี้
ราจีฟ จายาเดวัน อดีตประธานสมาคมแพทย์อินเดียประจำเมืองโคชิน กล่าวว่า เนื่องจากพบไวรัสในค้างคาวบางชนิด การติดเชื้อในมนุษย์จึงเกิดขึ้นได้ยาก และเกิดจากการแพร่กระจายโดยบังเอิญจากการสัมผัสระหว่างมนุษย์กับค้างคาว ซึ่งหมายถึงการบริโภคผลไม้ที่อาจติดเชื้อจากค้างคาว
“สิ่งนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ติดป่า ซึ่งการทำการเกษตรเพิ่มโอกาสการสัมผัสระหว่างมนุษย์กับค้างคาวผลไม้ที่กำลังหาอาหาร” เขากล่าว
ไวรัสนี้ถูกระบุครั้งแรกในปี 1998 ระหว่างการระบาดของโรคในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในมาเลเซียและสิงคโปร์ ไวรัสนี้แพร่กระจายข้ามสายพันธุ์ผ่านการสัมผัสกับของเหลวในร่างกายของค้างคาวและสุกรที่ติดเชื้อ โดยมีรายงานบางกรณีที่พบการแพร่เชื้อในมนุษย์
นักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าไวรัสนิปาห์มีอยู่ในหมู่ค้างคาวผลไม้มานานนับพันปีแล้ว และเกรงว่าสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายมากจะเกิดขึ้นจากค้างคาว
โรคติดต่อร้ายแรงนี้ยังสามารถแพร่กระจายผ่านของเหลวในร่างกาย เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ และเลือดได้อีกด้วย
เรียบเรียงจาก The Independent