เอกสารยุทธศาสตร์กลาโหมแห่งชาติ (National Defense Strategy) เอกสารกำหนดนโยบายกระทรวงสงคราม หรือเพนตากอนของสหรัฐฯ ระบุว่า หน่วยงานจะมีบทบาทที่จำกัดมากขึ้นในการยับยั้งเกาหลีเหนือ ด้วยการให้เกาหลีใต้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้รับผิดชอบหลักในภารกิจดังกล่าวแทน ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความกังวลในรัฐบาลโซล
ปัจจุบัน เกาหลีใต้มีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ถึง 28,500 นาย เพื่อการป้องกันร่วมกันจากภัยคุกคามทางทหารของเกาหลีเหนือ และรัฐบาลโซลเพิ่งจะเพิ่มงบประมาณกลาโหมขึ้น 7.5% ปีนี้
เอกสารระบุว่า เกาหลีใต้มีศักยภาพในการรับผิดชอบหลักในการยับยั้งเกาหลีเหนือ ภายใต้การสนับสนุนที่สำคัญแต่จำกัดมากขึ้นจากสหรัฐฯ พร้อมเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงสมดุลความรับผิดชอบนี้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของอเมริกาในการปรับปรุงการวางกำลังของกองทัพสหรัฐฯ บนคาบสมุทรเกาหลี
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางส่วนได้ส่งสัญญาณถึงความต้องการในการทำให้กองกำลังอเมริกันในเกาหลีใต้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติการนอกคาบสมุทรเกาหลี และตอบสนองต่อภัยคุกคามที่หลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึง การป้องกันไต้หวันและการถ่วงดุลการขยายอิทธิพลทางทหารของจีน
ถึงแม้เกาหลีใต้จะคัดค้านแนวคิดในการเปลี่ยนบทบาทของทหารสหรัฐฯ แต่ดำเนินการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศเพื่อเตรียมรับการควบคุมการบัญชาการในยามสงครามของกองกำลังผสมสหรัฐฯ – เกาหลีใต้ ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา และในตอนนี้เกาหลีใต้ มีกำลังทหารประมาณ 450,000 นาย
เอกสารดังกล่าวที่ครอบคลุมหลายด้านและทำขึ้นในรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ละชุด ระบุว่า ลำดับความสำคัญของเพนตากอนคือการป้องกันแผ่นดินใหญ่ของประเทศ ส่วนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพนตากอนมุ่งเน้นการทำให้มั่นใจว่าจีนจะไม่สามารถครอบงำสหรัฐฯ หรือชาติพันธมิตรได้
ทั้งนี้ จีนอ้างว่าไต้หวันที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เป็นดินแดนของตัวเองและไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเพื่อยึดครองเกาะแห่งนี้ ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธคำกล่าวอ้างอธิปไตยของรัฐบาลปักกิ่งและยืนยันว่ามีเพียงประชาชนชาวไต้หวันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินอนาคตของตัวเอง