ทางการจีนและสื่อของรัฐรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวรายหนึ่งถูกเสือดาวหิมะหายากทำร้ายในเมืองเค่อเค่อทัวไห่ (Koktokay) อำเภอฟูหยุน จังหวัดอาเล่อไท่ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน หลังจากพยายามเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูป
สำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าของเมืองเค่อเค่อทัวไห่ระบุว่า นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเป็นนักสกี ถูกกัดขณะกำลังเดินทางกลับโรงแรม โดยพบเห็นเสือดาวหิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าที่หายากที่สุดในโลก จึงลงจากรถและเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูป
คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นนักท่องเที่ยวนอนนิ่งอยู่บนพื้นหิมะ โดยมีเสือดาวนั่งอยู่ใกล้ ๆ ในอีกคลิปหนึ่ง ผู้เห็นเหตุการณ์สองคนช่วยพยุงนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บให้ลุกขึ้นยืนและไปยังที่ปลอดภัย ขณะที่นักท่องเที่ยวเอามือปิดหน้าอยู่ใต้หมวกสกี
มีเสียงถามว่าเสือดาวไปแล้วหรือยัง และผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งตอบว่า “มันไปแล้ว” คลิปเพิ่มเติมแสดงให้เห็นเสือดาวกำลังเคลื่อนที่ผ่านหิมะหนาในพื้นที่กลางแจ้ง โดยมีต้นไม้และก้อนหินเป็นฉากหลัง
สำนักงานป่าไม้ฯ บอกว่า นักท่องเที่ยวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและอาการทรงตัวแล้ว พร้อมเสริมว่าทางการท้องถิ่นได้เพิ่มการลาดตระเวนเพื่อความปลอดภัยและรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน
“ขอให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามแนวทางด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเมื่อพบเจอสัตว์ป่า และแจ้งตำรวจทันทีเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคล” แถลงการณ์ระบุ
เสือดาวหิมะเป็นสัตว์พื้นเมืองของเอเชียกลางและเอเชียใต้ เป็นสัตว์คุ้มครองในประเทศจีน และเป็นสัญลักษณ์ของระบบนิเวศภูเขาและพื้นที่สูงของประเทศ ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 4,000 ถึง 6,500 ตัวทั่วโลก โดย 60% ของถิ่นที่อยู่ตั้งอยู่ในประเทศจีน
เสือดาวหิมะมีขนหนาสีขาวเทาที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม อาศัยอยู่บนภูเขาสูงที่เป็นหินในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก
มีรายงานว่าเสือดาวหิมะโจมตีมนุษย์น้อยมาก จากการศึกษาในปี 2020 สำรวจคนเลี้ยงสัตว์ 261 คนในมองโกเลีย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ทั่วไปของเสือดาวหิมะ พบว่า แม้หลายคนจะรายงานว่าเคยเห็นเสือดาวหิมะ หรือปศุสัตว์ของพวกเขาถูกเสือดาวหิมะโจมตี แต่ไม่มีใครรายงานว่ามีการโจมตีมนุษย์
เรียบเรียงจาก CNN