กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์เฟซบุ๊ก แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติน่าสนใจ บนลานหินบริเวณถ้ำนาคา อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ กับ "ดวงตาพญานาคา" ซึ่งเกิดจากปรากฏการณ์น้ำฝนขังในหลุมหินธรรมชาติช่วงฤดูฝน ส่องสะท้อนแสงแดดเป็นประกายคล้ายดวงตาของพญานาค สะท้อนความสมบูรณ์และมิติทางธรณีวิทยา พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่
กรมอุทยานฯ ให้ความรู้ว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา โดยกระแสน้ำและน้ำฝนกัดเซาะลานหินทรายจนเกิดเป็นกุมภบกหรือหลุมหินขนาดต่าง ๆ เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน น้ำที่ขังอยู่ภายในหลุมจะทำปฏิกิริยากับแสงแดด เกิดเป็นเงาสะท้อนงดงามคล้ายดวงตาขนาดใหญ่บนผิวหิน กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินไฮไลต์ของผู้มาเยือนถ้ำนาคา
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความอัศจรรย์ของธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ซึ่งนอกจากเรื่องความเชื่อและความศรัทธาแล้ว ที่นี่ยังมีความสำคัญทางธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยาอย่างยิ่ง
กรมอุทยานฯ มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดความสมดุล จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวร่วมชมด้วยความสำรวม ไม่สัมผัส ขีดเขียน หรือทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อรักษาความงดงามนี้ไว้อย่างยั่งยืน
ด้าน นายอักษร มานะวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกา กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดนี้เป็นไฮไลต์สำคัญบนเส้นทางท่องเที่ยวถ้ำนาคา นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นมาชมได้ตามปกติ โดยเป็นแอ่งน้ำมีความลึกประมาณ 1.5–2 เมตร ทำให้มีน้ำขังเกือบตลอดปี และระดับน้ำจะค่อย ๆ ลดลงในช่วงฤดูแล้ง
ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดคือฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เนื่องจากปริมาณน้ำเต็มแอ่ง และได้รับมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์อย่างพอดี เกิดเป็นภาพที่สวยงาม
หลังจากเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ระดับน้ำจะเริ่มลดลงและมีเศษใบไม้ทับถม ซึ่งอาจลดทอนความสวยงามลงไป ช่วงหน้าฝนจึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินทางมาท่องเที่ยว