องค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น (UN) เปิดเผยรายงานอ้างข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ว่า มีพลเรือนอย่างน้อย 170 คน เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมา จำนวน 408 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งในช่วงเดือนธันวาคม ปี 2025 จนถึงวันลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปรอบสุดท้าย เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา
การเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศและกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ระบุว่า การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นเพียงการจัดฉากบังหน้าของรัฐบาลทหาร
โดยพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนาหรือยูเอสดีพี (USDP) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมา ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่หลายฝ่ายคาดหมายไว้แล้วในการลงคะแนนเสียงที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เนื่องจากกำลังเผชิญสงครามกลางเมือง นับตั้งแต่การรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและนำไปสู่การจับกุมนางออง ซาน ซู จี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี (NLD) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021 ที่ผ่านมา
ขณะที่ “โวลเกอร์ เติร์ก” ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ แถลงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการการจัดฉากโดยกองทัพ เนื่องจากผู้สมัครฝ่ายค้านและกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ที่เริ่มลงคะแนนรอบแรกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ประชาชนชาวเมียนมาตัดสินใจจะลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนด้วยความหวาดกลัวล้วน ๆ ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ได้รับการรับรองในระดับสากล ขณะเดียวกันความขัดแย้งและความไม่มั่นคงยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งในหลายพื้นที่ของประเทศ