ทางการเมืองฟูจิโยชิดะ ในจังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ ประกาศยกเลิกเทศกาลชมดอกซากุระประจำปีนี้ โดยระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนั้นเกินกว่าที่ชาวเมืองจะรับไหว
การหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวไปยังเมืองฟูจิโยชิดะส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเรื้อรังและขยะเกลื่อนกลาด ขณะที่ชาวเมืองบางคนกล่าวว่าพวกเขาพบเห็นนักท่องเที่ยวบุกรุกหรือขับถ่ายในสวนส่วนตัวของชาวเมือง
ฟูจิโยชิดะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากซากุระกำลังบานสะพรั่ง และมีทิวทัศน์สวยงามของภูเขาฟูจิเป็นฉากหลัง
โฮริอุจิ ชิเงรุ นายกเทศมนตรีของเมือง กล่าวเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า ทัศนียภาพอันงดงามของฟูจิโยชิดะกำลังคุกคามชีวิตที่สงบสุขของประชาชน พร้อมเสริมว่า “เรารู้สึกถึงวิกฤตอย่างแรงกล้า”
เขาบอกว่า “เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตของประชาชนของเรา เราจึงตัดสินใจยุติเทศกาลที่จัดมา 10 ปีนี้”
ทางการเมืองฟูจิโยชิดะเปิดสวนอาราคุรายามะเซ็นเก็นต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูซากุระบานตั้งแต่ปี 2016 สวนแห่งนี้มีทัศนียภาพอันงดงามของเมืองจากเจดีย์ และมีจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมายที่เหมาะแก่การลงอินสตาแกรม
ทางการเมืองฟูจิโยชิดะเริ่มจัดงานประจำปีที่สวนอาราคุรายามะเซ็นเก็นด้วยความหวังที่จะเพิ่มเสน่ห์ให้กับพื้นที่และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวโดยการสร้างบรรยากาศที่คึกคักในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ทางการเมืองกล่าวว่า จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างมากเกินขีดความสามารถของเมืองและส่งผลให้เกิดภาวะท่องเที่ยวเกินกำลัง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น
ทางการระบุว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมากถึง 10,000 คนหลั่งไหลเข้ามาในเมืองทุกวันในช่วงฤดูดอกซากุระบานเต็มที่ โดยเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงและความนิยมอย่างล้นหลามที่ได้รับแรงหนุนจากโซเชียลมีเดีย
ทางการเมืองรายงานว่า “นักท่องเที่ยวมักเปิดประตูบ้านของชาวเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อใช้ห้องน้ำ บุกรุก ทิ้งขยะ และขับถ่ายในบริเวณบ้านและส่งเสียงโวยวายเมื่อชาวเมืองตักเตือน”
แม้ว่าจะไม่มีการจัดเทศกาลแล้ว แต่เมืองฟูจิโยชิดะยังคงต้องเตรียมพร้อมสำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน เม.ย. และ พ.ค.
เรียบเรียงจาก BBC