การเลือกตั้ง 2569 ของไทยได้รับความสนใจไปทั่วโลก โดยสื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานข่าว “ภูมิใจไทย” เป็นฝ่ายคว้าชัย
เริ่มกันที่ สำนักข่าว บีบีซี (BBC) ของอังกฤษ รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไป หลังผลการนับคะแนนเบื้องต้นชี้ว่า พรรคของตนมีคะแนนนำห่างคู่แข่งอย่างชัดเจน โดยระบุว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นของคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเลือกพรรคของเขาหรือไม่ก็ตาม
หลังจากนับคะแนนไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คาดการณ์ว่า พรรคภูมิใจไทยของนายอนุทินจะกวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 194 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคประชาชนตามมาเป็นอันดับสองที่ 116 ที่นั่ง
ผลคะแนนของพรรคภูมิใจไทยออกมาดีกว่าที่คาดกันไว้ สวนทางกับผลสำรวจความคิดเห็นเกือบทุกสำนักก่อนหน้านี้ที่คาดว่า "พรรคประชาชน" จะเป็นฝ่ายชนะ
บีบีซีระบุว่า การเมืองไทยมักจะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นเสมอ และการเลือกตั้งครั้งนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเป็นเช่นนั้น
ผลการเลือกตั้งที่ออกมานี้ถือเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ของพรรคประชาชน ซึ่งตั้งเป้าว่าจะทำผลงานได้ดีกว่าชัยชนะเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ปรากฏว่า "คลื่นสีส้ม" ที่คาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้นจริง
แม้ที่ผ่านมาโพลสำรวจในไทยมักจะคลาดเคลื่อน แต่หลังจากนี้คงมีการวิเคราะห์กันอย่างหนักว่า นายอนุทินสามารถเปลี่ยนพรรคภูมิใจไทย ที่เคยเป็นพรรคท้องถิ่นขนาดเล็กในระดับจังหวัด ให้กลายเป็น "เครื่องจักรทางการเมืองที่น่าเกรงขาม" ขนาดนี้ได้อย่างไร
ทั้งนี้ พรรคประชาชนยังคงทำผลงานได้ดีในระบบบัญชีรายชื่อ โดยดูเหมือนจะได้รับคะแนนสูงสุดในส่วนนี้ แต่พรรคกลับไม่สามารถเอาชนะข้อจำกัดเรื่องการขาดเครือข่ายหัวคะแนนในระดับท้องถิ่นได้
นอกจากการเลือกตั้งแล้ว ชาวไทยยังได้ลงประชามติว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ร่างขึ้นภายใต้รัฐบาลทหารหรือไม่ ซึ่งผลคะแนนเบื้องต้นชี้ว่า ประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์ เห็นชอบให้มีการแก้ไข
เช่นเดียวกับสำนักข่าวเดอะ การ์เดียน ที่พาดหัวว่า “พรรคของนายกรัฐมนตรีจ่อคว้าชัยการเลือกตั้ง ท่ามกลางความพ่ายแพ้ของฝ่ายหนุนประชาธิปไตย”
รายงานข่าวระบุว่า นายอนุทินพยายามนำเสนอตัวเองว่าเป็นผู้นำเพียงคนเดียวที่มุ่งมั่นจะปกป้องแผ่นดินของไทย โดยอาศัยกระแสชาตินิยมที่โหมกระพือขึ้นจากความขัดแย้งชายแดน
ผลการเลือกตั้งถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนที่เน้นฐานเสียงคนรุ่นใหม่และชูแนวคิดประชาธิปไตย ซึ่งชนะได้ที่นั่งและคะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งก่อน แต่ถูกขัดขวางไม่ให้เข้าสู่อำนาจโดยกลุ่มอนุรักษนิยมและเครือข่ายชนชั้นนำ
พรรคประชาชนมีฐานเสียงที่เหนียวแน่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนเมืองที่ต้องการเห็นการปฏิรูปเพื่อให้ไทยมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และยุติวงจรการรัฐประหาร โดยพรรคได้ให้คำมั่นว่าจะต่อสู้กับการคอร์รัปชัน รวมถึงเสนอการปฏิรูปโครงสร้างใหญ่เพื่อทลายกลุ่มทุนผูกขาดและยกระดับระบบการศึกษาให้ทันสมัย
ขณะที่สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย (CNA) ของสิงคโปร์ รายงานว่า ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสร้าง "กำแพงสีน้ำเงิน" ล้อมรอบกรุงเทพมหานคร โดยพรรคได้วางหมากการหาเสียงที่มุ่งเน้นไปที่ฐานสนับสนุนอันแข็งแกร่งในต่างจังหวัดเป็นหลัก
แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอแนวคิดใหญ่โตหรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่กว้างขวาง พรรคภูมิใจไทยกลับเลือกที่จะค่อยๆ สร้างรากฐานที่มั่นคงในพื้นที่สำคัญของประเทศ โดยอาศัยอิทธิพลของตระกูลการเมืองและกลุ่มบ้านใหญ่ที่เข้มแข็ง จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำขบวนการอนุรักษนิยมของไทยได้สำเร็จ ผลที่ตามมาคือพื้นที่จำนวนมากที่เคยถูกครอบครองโดยพรรคต่างๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มาอย่างยาวนาน ได้เปลี่ยนจาก "สีแดง" ของเพื่อไทย กลายเป็น "สีน้ำเงิน" ของภูมิใจไทย
ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง แกนนำพรรคภูมิใจไทยได้เน้นย้ำอัตลักษณ์ของพรรคในฐานะฝ่ายขวาทางการเมืองและมีความรักชาติอย่างแรงกล้า โดยวางตัวเป็นทางเลือกที่เน้นเสถียรภาพและเน้นการปฏิบัติจริง เพื่อสู้กับคู่แข่งฝ่ายปฏิรูปอย่างพรรคประชาชน
นักวิเคราะห์ระบุเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางบรรยากาศของความไม่แน่นอนและความรู้สึกชาตินิยม จุดยืนของนายอนุทินในการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งของไทย การปกป้องชายแดน และการกระชับอำนาจรวมถึงบทบาทของกองทัพ ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกวาดคะแนนเสียง
นอกจากนี้ การตัดสินใจจัดให้มีการเลือกตั้งหลังจากนายอนุทินเข้าบริหารประเทศได้ไม่ถึง 100 วัน ยังเปิดโอกาสให้เขาได้ประโยชน์จากกระแสชาตินิยมที่ถูกกระพือขึ้นจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนอีกด้วย
แชนเนลนิวส์เอเชียชี้ว่า หลังจากนี้ นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับกลุ่มอำนาจเก่าฝ่ายอนุรักษนิยม และคาดว่าจะแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายขนานใหญ่ในอนาคตอันใกล้ โดยรัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาสถานะเดิมที่เป็นอยู่ ทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและนโยบายเศรษฐกิจ