เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ซึ่งเป็นสื่อระดับโลกว่า กองกำลังไทยกำลังยึดครองดินแดนกัมพูชาหลังจากเกิดการสู้รบเมื่อปีที่แล้ว แม้จะมีข้อตกลงสันติภาพที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยก็ตาม
ฮุน มาเนต เรียกร้องให้ไทยอนุญาตให้คณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) เริ่มทำงานในพื้นที่พิพาทชายแดนเสียที
ฮุน มาเนต เดินทางไปวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ในสัปดาห์นี้ และกล่าวว่า เขาหวังว่าหน่วยงานใหม่นี้จะมีบทบาทในการลดความตึงเครียดของสถานการณ์ชายแดน ซึ่งเขาอธิบายว่า “เปราะบาง”
คณะกรรมการนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกำกับดูแลแผนสันติภาพในฉนวนกาซา แต่ทรัมป์กล่าวว่าอาจมีบทบาทที่กว้างขึ้น
ขณะที่ไทยกล่าวว่า กำลังรักษากำลังทหารไว้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดความตึงเครียด และปฏิเสธว่าไม่ได้ยึดครองดินแดน
ความคิดเห็นจากผู้นำกัมพูชาเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจปะทุขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าทรัมป์จะยังคงยืนยันในความสำเร็จของข้อตกลงสันติภาพก็ตาม
ฮุน มาเนต กล่าวว่า “เรายังคงมีกองกำลังไทยยึดครองดินแดนกัมพูชาในหลายพื้นที่ ซึ่งเกินกว่าเส้นเขตแดนที่ไทยอ้างสิทธิ์ฝ่ายเดียวเสียอีก” โดยเสริมว่ากองทหารไทยได้วางตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามไว้ในพื้นที่ที่ไทยยอมรับมานานแล้วว่าเป็นดินแดนของกัมพูชา และประชาชนไม่สามารถกลับบ้านได้ “นี่ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง”
เขาเสริมว่า “กัมพูชาไม่สามารถยอมรับการละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพดินแดนของเราได้”
ฮุน มาเนต กล่าวว่า “วิธีเดียวที่จะตรวจสอบได้คือการใช้กลไกทางเทคนิคที่เรามี โดยอิงจากสนธิสัญญาและข้อตกลงทั้งหมดที่เรามี ดังนั้นเราหวังว่าประเทศไทยจะเห็นด้วยและเริ่มอนุญาตให้คณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) เริ่มทำงานโดยเร็วที่สุด”
เขาเสริมว่า “ตอนนี้การเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว เราหวังว่าประเทศไทยจะสามารถเริ่มต้นอย่างน้อยในระดับเทคนิค เริ่มวัด เริ่มกำหนดเขตแดนในพื้นที่ร้อนระอุ เพื่อที่เราจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ”
เรียบเรียงจาก Reuters