กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์สรุปผลการที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต เดินทางไปเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ซึ่งมี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นประธาน
คณะกรรมการได้มีมติกำหนดกรอบการจัดหาเงินทุนในการดำเนินงานฟื้นฟูฉนวนกาซา โดยจะได้รับการสนับสนุนจากเงินบริจาคโดยสมัครใจจากประเทศสมาชิก ประเทศอื่น ๆ องค์กร และแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศบริจาคเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 แสนล้านบาท) ให้คณะกรรมการ ประเทศสมาชิกอื่น ๆ ให้คำมั่นว่าจะบริจาคมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.17 แสนล้านบาท) สำหรับการฟื้นฟูและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา
ประเทศสมาชิกหลายประเทศของคณะกรรมการยังได้ส่งกำลังทหารเข้าร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (ISF) ในฉนวนกาซาด้วย
ฮุน มาเนต ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ วิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการี ในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโอกาสที่กัมพูชาและฮังการีฉลองครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปีนี้
ฮุน มาเนต ยังได้หารือกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ปราโบโว ซูเบียนโต, เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โต แลม และผู้นำคนอื่น ๆ
ระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนจากฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ในการพบปะกับ เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ ได้ชื่นชมความพยายามของกัมพูชาในการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการค้า โดยระบุว่าการค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้น 29% และการลงทุนของสหรัฐฯ ในกัมพูชาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025
ในการพบปะกับ คริสโตเฟอร์ แลนเดา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายต่างยินดีกับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เติบโตขึ้น และหารือเกี่ยวกับประเด็นที่สนใจร่วมกัน รวมถึงการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ การเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันและความมั่นคง และการขยายการค้าและการลงทุน
แลนเดาแสดงความชื่นชมต่อการตัดสินใจของกัมพูชาในการเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้ง และการมีส่วนร่วมในความพยายามระดับนานาชาติเพื่อส่งเสริมสันติภาพในฉนวนกาซาและพื้นที่อื่น ๆ
ในการประชุมกับ เอลบริดจ์ เอ. โคลบี รองปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และแอนดรูว์ คอลลิสัน เบเกอร์ รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายได้สังเกตเห็นทิศทางที่ดีของความสัมพันธ์ทวิภาคี ดังที่เห็นได้จากการเยือนกัมพูชาของ พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร ผู้บัญชาการกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ การเยือนฐานทัพเรือเรียมของเรือรบยูเอสเอส ซินซินเนติ และการยกเลิกการคว่ำบาตรอาวุธของสหรัฐฯ ต่อกัมพูชา
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่เพิ่มขึ้น และการกลับมาดำเนินการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฝึกซ้อมอังกอร์ เซนทิเนลในช่วงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027
นอกจากนี้ ฮุน มาเนต ได้เข้าเยี่ยมคารวะ ฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐตุรกี ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน และหารือถึงแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือในภาคส่วนต่าง ๆ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายแสดงความพึงพอใจต่อความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ
ฮุน มาเนต ยังได้รับการเข้าเยี่ยมคารวะจากผู้แทนจากหลายสถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงสภาแอตแลนติก นำโดยพลเอกจิม โจนส์ และเฟรเดอริก เคมเป ประธานของสภา นอกจากนี้ ยังได้ให้สัมภาษณ์พิเศษแก่สื่อชั้นนำระดับนานาชาติ เช่น รอยเตอร์ และฟ็อกซ์นิวส์
ในการประชุม ฮุน มาเนต ได้รายงานสถานการณ์ตามแนวชายแดนติดกับประเทศไทยแก่คู่สนทนาทุกคน โดยเน้นย้ำว่า สันติภาพยังคงเป็นค่านิยมหลักของกัมพูชา
ฮุน มาเนต เรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีอยู่ทั้งหมดระหว่างกัมพูชาและไทยอย่างเต็มที่และซื่อสัตย์ การระงับข้อพิพาทอย่างสันติโดยสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ เปิดทางให้มีการกลับคืนสู่ถิ่นฐานและแหล่งทำมาหากินของพลเรือนกัมพูชาอย่างปลอดภัย และการละเว้นจากการข่มขู่หรือการใช้กำลัง