เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เวลาประมาณ 01.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ เกิดเหตุชายรายหนึ่งพกอาวุธปืนลูกซองบุกรีสอร์ตมาร์อาลาโก (Mar-a-Lago) ซึ่งเป็นบ้านพักและคลับส่วนตัวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในรัฐฟลอริดา
ซึ่งขณะนั้น ประธานาธิบดีทรัมป์และสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ อยู่ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไม่ได้อยู่ที่รีสอร์ตดังกล่าว
ริก แบรดชอว์ นายอำเภอปาล์มบีชเคาน์ตี ระบุในงานแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาได้รุดไปยังประตูฝั่งทิศเหนือของรีสอร์ต หลังได้รับแจ้งว่ามีชายคนหนึ่งอยู่ภายในแนวป้องกันชั้นใน พร้อมปืนลูกซองและกระป๋องน้ำมัน
โดยเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ชายคนดังกล่าววางอาวุธ แต่ชายคนดังกล่าวกลับวางกระป๋องน้ำมันและยกปืนลูกซองขึ้นทำท่าจะยิง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจวิสามัญฆาตกรรมเพื่อระงับเหตุทันที โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ
ทั้งนี้ แบรดชอว์ระบุว่า ในตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าชายที่บุกรุกเป็นใครและปืนลูกซองบรรจุกระสุนไว้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม สื่อสหรัฐฯ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า ชายคนดังกล่าวชื่อว่า ออสติน ทักเกอร์ มาร์ติน อายุ 21 ปี จากรัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยครอบครัวของเขาได้แจ้งความคนหายไว้ก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่ทางสำนักงานนายอำเภอระบุว่า ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับชายคนดังกล่าว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับเหตุความรุนแรงทางการเมืองที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ทรัมป์เองก็เคยตกเป็นเป้าหมายของความพยายามลอบสังหารหลายครั้ง
เมื่อเดือน ก.ค. ปี 2024 ทรัมป์ถูกลอบยิงกระสุนถากหู ขณะปราศรัยที่เมืองบัตเลอร์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย เหตุการณ์ดังกล่าวมีคนโดนลูกหลงเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 2 คน ขณะที่ แมทธิว ครูกส์ ผู้ก่อเหตุวัย 20 ปี ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญทันที ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบแรงจูงใจ
หลังจากไม่กี่เดือน เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาฯ พบชายพร้อมปืนไรเฟิลซ่อนตัวในพุ่มไม้ที่สนามกอล์ฟของทรัมป์ในเวสต์ปาล์มบีช โดยชายคนดังกล่าว ซึ่งทราบชื่อภายหลังว่า ไรอัน รูธ อายุ 59 ปี ได้หลบหนีก่อนจะถูกจับในที่สุด ซึ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ศาลเพิ่งจะมีคำตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ฐานพยายามลอบสังหารประธานาธิบดี