หลังสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน เปิดปฏิบัติการตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการจับตาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยหลายชาติรวมถึง UN แสดงจุดยืนเรียกร้องให้ยุติการสู้รบ หวั่นสงครามลุกลามทั่วภูมิภาค
นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีทางทหารของสหรัฐอเมริกา และอิสราเอลต่ออิหร่าน และเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที โดยเตือนว่าหากไม่ทำเช่นนั้น อาจเสี่ยงต่อการลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค
ขณะเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้จัดประชุมฉุกเฉินที่นครนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังจากอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
ไมค์ วอล์ทซ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ได้ยืนยันต่อที่ประชุมว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ และมีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ ที่คุกคามชาติพันธมิตร ลดทอนกำลังทางเรือของอิหร่านที่ใช้ในการบั่นทอนเสถียรภาพของน่านน้ำสากล และทำลายกลไกที่อิหร่านใช้ติดอาวุธให้กับกองกำลังตัวแทนในภูมิภาค เพื่อให้แน่ใจว่าระบอบอิหร่าน จะไม่สามารถคุกคามโลกด้วยอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกต่อไป
ด้านทูตอิหร่าน และอิสราเอลใช้เวทีนี้ตอบโต้กันอย่างดุเดือด โดยทูตอิหร่านระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นถือเป็นการรุกรานประเทศอื่นอย่างไร้เหตุผล และมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า รวมถึงมุ่งเป้าไปยังพื้นที่ที่อยู่อาศัยของพลเรือน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยคน ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
แดนนี ดานอน ทูตอิสราเอลประจำ UN โต้กลับว่า ปฏิบัติการนี้มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์ และขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน และจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ภัยคุกคามยังคงอยู่ พร้อมย้ำว่าการกระทำของอิสราเอล มีเป้าหมายที่ผู้นำอิหร่าน ไม่ใช่ประชาชน
ขณะที่ทูตรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน ประณามการโจมตีครั้งนี้ เพราะจะส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น และอาจลุกลามไปไกลเกินพรมแดนของอิหร่าน ด้านทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA เตรียมเปิดการประชุมฉุกเฉินในวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2569 นี้ ตามการร้องขอของรัสเซีย
ส่วนความเคลื่อนไหวของรัฐบาลปักกิ่ง เบื้องต้น กระทรวงต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์แสดงความกังวล และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที และหันหน้ามาเจรจากันอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม นอกจากนี้ สถานทูตจีนในพื้นที่กำลังเร่งประสานให้ชาวจีนอพยพออกจากอิหร่านโดยเร็วที่สุด ผ่านเส้นทางบก 4 เส้นทาง ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย ตุรกี และอิรัก แถลงการณ์ของจีน เน้นย้ำด้วยว่า อธิปไตยความมั่นคง และบูรณภาพดินแดนของอิหร่าน ควรได้รับการเคารพ
ด้านนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นแล้ว พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการกระทำที่จะบ่อนทำลายภูมิภาค ส่วนซาอุดีอาระเบีย พี่ใหญ่ในตะวันออกกลาง ประณามที่อิหร่านโจมตีโต้กลับใส่บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน และคูเวต และเตือนถึงผลกระทบที่จะตามมา ขณะที่ผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้อิหร่านแสวงหาทางออกด้วยการเจรจา ส่วนนายกฯ อิตาลี ระบุว่า กำลังหารือกับชาติพันธมิตรและผู้นำในภูมิภาค เพื่อหาทางคลี่คลายความขัดแย้ง