มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกหญิงของกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ออกแถลงการณ์ประณามเหตุโจมตีโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ของอิหร่าน ซึ่งใช้สำหรับเสริมสมรรถนะยูเรเนียม โดยระบุว่า เหตุโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวานนี้ เทียบเท่ากับการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตร UN อย่างโจ่งแจ้ง และเชื่อว่าจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางลุกลามเป็นหายนะ
แถลงการณ์ยังประณามสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยไม่สนใจความสูญเสียในฝั่งพลเรือน รวมถึงความเสี่ยงที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสี่ยงที่สารกัมมันตรังสีจะรั่วไหล จึงขอเรียกร้องให้ UN และสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) สอบสวนพฤติกรรมการโจมตีที่ไร้ความรับผิดชอบนี้
สำหรับโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ เป็นหนึ่งในโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่ง ที่ถูกสหรัฐอเมริกา และอิสราเอลโจมตี เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว และโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ยังเคยตกเป็นเป้าในการโจมตีช่วงสัปดาห์แรกของสงครามมาแล้ว
ด้านสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า ได้รับรายงานจากอิหร่านว่าโรงงานนิวเคลียร์ถูกโจมตี แต่เบื้องต้น ไม่พบการเพิ่มขึ้นของระดับรังสี ในพื้นที่นอกโรงงาน
ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุด้านนิวเคลียร์ ซึ่งจะส่งผลต่อความปลอดภัยประชาชน และสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยังระบุว่า ได้รับรายงานเหตุโจมตีในเมืองทางใต้ของอิสราเอล ซึ่งคาดว่าอยู่ไม่ไกลจากศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ของอิสราเอลแล้ว แต่ไม่ได้รับสัญญาณบ่งชี้ว่าเกิดความเสียหายใดๆ ต่อศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ดังกล่าว และไม่พบระดับรังสีที่ผิดปกติในพื้นที่เช่นกัน
นอกจากรัสเซีย ที่พยายามเข้ามาปกป้องอิหร่าน ล่าสุด ดูเหมือนรัฐบาลเตหะรานมีความพยายามที่จะดึงกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) หรือ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ ให้เข้ามามีบทบาทอย่างอิสระในการยุติการโจมตีอิหร่าน
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน เสนอแนวคิดระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับนายกฯ อินเดีย ซึ่งเป็นประธานกลุ่มบริกส์ในปีนี้ โดยต้องการให้จัดตั้งกรอบความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยให้ประเทศในเอเชียตะวันตก มีบทบาทร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก