หลังจาก พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ออกมาย้ำแล้วว่าเดินหน้าต่อที่จะป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ท่ามกลางกระแสที่ว่าสหรัฐฯและอิสราเอลเตรียมที่จะกลับมาเปิดศึกครั้งใหญ่ต่ออิหร่านอีกครั้ง ควบคู่ไปกับแนวทางทางการทูต
ล่าสุดมีรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส เธโอโดร์ รูสเวลต์” (USS Theodore Roosevelt) ที่ออกเดินทางมาจากฐานทัพเรือซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย องสหรัฐฯ กำลังแล่นอยู่ในทะเลจีนใต้ มุ่งหน้ามาสมทบเป็นลำที่ 3 เพื่อประจำการในตะวันออกกลาง
รายงานดังกล่าวมาจากแอคเคาท์ บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์(X) "บาบัค ทากวาอี - เดอะ ไครสิส วอทช์" (Babak Taghvaee – The Crisis Watch) ซึ่งเป็นบัญชีที่วิเคราะห์สถานการณ์ด้านการทหารและความมั่นคง ระบุว่า
เรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ "ยูเอสเอส เธโอโดร์ รูสเวลต์" CVN-71 (USS Theodore Roosevelt) กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง ท่ามกลางกระแสการพิจารณาการทำสงครามครั้งใหม่ต่ออิหร่านของหสรัฐฯ
รายงานยังระบุว่า ปัจจุบันมีเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน (CVN-73) และยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช (CVN-77) ประจำการยังคงอยู่ในทะเลอาหรับ และเมื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน "เธโอโดร์ รูสเวลต์" เดินทางมาถึงตะวันออกกลาง กองทัพเรือสหรัฐฯ จะมีเรือบรรทุกเครื่องบินที่พร้อมสนับสนุนการโจมตีถึง 3 ลำในภูมิภาคตะวันออกกลาง เตรียมพร้อมหากมีการเปิดปฏิบัติการ "อีปิก ฟิวรี" (Epic Fury) ในระยะที่สอง
โดยมีรายงานข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เรือยูเอสเอส เธโอโดร์ รูสเวลต์ ได้ออกเดินทางจากฐานทัพเรือซานดิเอโก (Naval Base San Diego) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา จากนั้นได้แวะที่ฐานทัพโยโกสุกะ (Yokosuka) ประเทศญี่ปุ่นในช่วงกลางเดือนตุลาคม เพื่อเติมเสบียงและเข้าร่วมการฝึก Keen Sword ก่อนจะมุ่งหน้าต่อมายังทะเลจีนใต้ และตะวันออกกลางในปัจจุบัน
ส่วนอีกความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมรับมือกับสงคราม โดยมีรายงานระบุว่า ทางการอิสราเอลได้ส่งที่หลบภัยระเบิดแบบเคลื่อนที่ไปยังเมืองอารารา ในพื้นที่ทะเลทรายเนเกฟ ทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่พักพิงในชุมชนเบดูอินและอาหรับ โดยตั้งเป้าที่จะทยอยส่งให้ครบ 100 จุด ครอบคลุมทุกพื้นที่
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนที่พักพิงหลบภัยมาตั้งแต่การเกิดสงครามรอบที่ผ่านมา ซึ่งหากเกิดสงครามรอบใหม่ พื้นที่นี้จะเป็นจุดเสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
ขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 14 ของอิสราเอล รายงานว่าปัจจุบันเที่ยวบินลำเลียงทางทหารของสหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่ตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นมากกว่า 12 เท่า จากช่วงก่อนสงครามที่อยู่ประมาณ 5 เที่ยวบินต่อวัน แต่ปัจจุบันพบว่า มียอดเที่ยวบินอยู่ที่ประมาณ 67 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับกระแสก่อนหน้านี้ ที่พบข้อมูลว่า เครื่องบินลำเลียง C-17 และ C-5 พร้อมเครื่องบินเติมน้ำมันของสหรัฐฯ จำนวนมาก ลงจอดในพื้นที่ตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดถึงเรื่องสงครามอิหร่านระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนในห้องรูปไข่ โดยบอกว่า อิหร่านส่งข้อเสนอนิวเคลียร์ 7 ข้อ ผ่านกาตาร์ให้สหรัฐฯแล้ว แต่ เขา ยังไม่ได้รับข้อเสนออะไรทั้งนั้น และอิหร่านจะทำอะไรเกี่ยวกับนิวเคลียร์ไม่ได้ทั้งนั้น หากไม่มีการอนุมัติจากเขา ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วท่านประธานาธิบดี ได้พิจารณาข้อเสนอ 7 ข้อของอิหร่านหรือยัง ทรัมป์บอกไม่มีประโยชน์
ทรัมป์ ยังโต้ข้อกล่าวหา ที่มีสส.พรรคเดโมแครตหนึ่งที่ออกมาโจมตีเขาว่า ผลาญงบประมาณไปกับสงครามอิหร่านไป 2.5หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯว่า เขาได้ เงินคืนมาจากเวเนซุเอลามากกว่านั้นเสียอีก และตอนนี้เขากำลังจะตัดสินใจจัดการอิหร่านให้สิ้นซาก และเขาได้สั่งเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว
ซึ่งเป็นการออกมาขู่อิหร่านระลอกใหม่ และเป็นครั้งแรกหลังจากที่พรรครีพับลิกันแพ้เลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งสิ่งที่ทรัมป์ พูด สอดคล้องกับที่ พีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแถลง ว่า เขาจะตัดสินใจเดินหน้านโยบายสงครามอิหร่านต่อไป จนกว่าทรัมป์จะหมดวาระ