อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เตือนว่า อิหร่านจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง หากถูกโจมตีโดยกองกำลังสหรัฐฯ ที่ระดมพลอยู่ในภูมิภาคนี้
โดยอารักชียืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางไม่ควรถูกมองว่าเป็นการโจมตีประเทศที่ให้ตั้งฐานทัพเหล่านี้
คำพูดของอารักชีเกิดขึ้น 1 วันหลังจากรัฐบาลทั้งสองประเทศให้คำมั่นว่าจะเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมต่อไป หลังจากตัวแทนของสหรัฐฯ และอิหร่านระบุว่า การหารือที่ประเทศโอมานเมื่อวันที่ 6 ก.พ. เป็นไปในเชิงบวก
แม้อารักชีระบุว่ายังไม่มีการกำหนดวันสำหรับการเจรจารอบต่อไป แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการเจรจาอาจเกิดขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์หน้า
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะโจมตีอิหร่าน และเสริมกำลังกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่อาจนำไปสู่การสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ตลอดจนหยุดการพัฒนาขีปนาวุธและยุติการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธทั่วภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันมาตลอดว่า ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ถึงแม้ว่าทั้งฝ่ายอิหร่านกับสหรัฐฯ ต่างแสดงความพร้อมที่จะรื้อฟื้นขั้นตอนทางการทูตเกี่ยวกับข้อพิพาทนิวเคลียร์อันยาวนานนี้ แต่อารักชีก็ยืนกรานปฏิเสธที่จะขยายขอบเขตการเจรจาออกไปยังเรื่องอื่น ๆ
ขณะที่สำนักงานเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ประกาศเตือนเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันของตะวันออกกลาง โดยคำแนะนำเรือพาณิชย์ที่จดทะเบียนภายใต้ธงสหรัฐฯ ว่า ควรเดินเรือให้ห่างจากเขตทะเลอาณาเขตของอิหร่านให้มากที่สุด และหากถูกกองกำลังอิหร่านขอขึ้นตรวจเรือ ให้ทำการปฏิเสธด้วยวาจา
นอกจากนี้ คำเตือนดังกล่าวยังระบุว่า หากกองกำลังอิหร่านบุกขึ้นเรือ ลูกเรือไม่ควรใช้กำลังขัดขืนหรือต่อต้าน
การออกคำแนะนำครั้งนี้มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 6 ก.พ. เรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 25% จากประเทศที่ซื้อสินค้าจากอิหร่าน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน
โดยที่ผ่านมา อิหร่านเคยขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งบางช่วงอยู่ในน่านน้ำของอิหร่าน และเคยยึดเรือพาณิชย์รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมัน โดยมักอ้างเหตุผลว่าเป็นการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย