วันที่ 4 มี.ค. นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ ออกมาแถลงตอบโต้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ทรัมป์วิจารณ์อย่างรุนแรงเกี่ยวกับจุดยืนของสเปนที่ไม่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพร่วมในการโจมตีอิหร่าน โดยขู่ว่าจะยุติการค้าทั้งหมดกับสเปน
ซานเชซกล่าวว่า จุดยืนของสเปนนั้น “ชัดเจนและสอดคล้องมาโดยตลอด” และเหมือนกับที่เคยตอบโต้กรณีของยูเครนและกาซา
“สเปนคัดค้านการล่มสลายของกฎหมายระหว่างประเทศที่ปกป้องเราทุกคน และคัดค้านสมมติฐานที่ว่า โลกจะแก้ปัญหาได้ก็ต่อเมื่อใช้ความขัดแย้งและระเบิดเท่านั้น” ซานเชซกล่าว
เขาเสริมว่า ไม่เห็นด้วยกับการทำผิดพลาดซ้ำรอยในอดีต “จุดยืนของรัฐบาลสเปนสามารถสรุปได้ใน 4 คำ ‘ไม่-เอา-สง-คราม’” เขากล่าว
จากนั้นเขาก็เปรียบเทียบกับการรุกรานอิรักในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ซานเชซกล่าวว่า สงครามอิรักนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการก่อการร้ายและการอพยพ และทำให้โลกไม่ปลอดภัยมากขึ้น
เขากล่าวว่า สงครามอิหร่านก็จะไม่นำมาซึ่งเสถียรภาพเช่นกัน จะทำให้เกิดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ และผลักดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้น
เขากล่าวว่า สเปนจะพยายามช่วยเหลือพลเมืองของตนที่ติดอยู่ในภูมิภาคนี้ แต่กล่าวเสริมว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากน่านฟ้าของภูมิภาคยังคงไม่ปลอดภัย “แต่พลเมืองของเราสามารถมั่นใจได้ว่าเราจะปกป้องพวกเขาและนำพวกเขากลับบ้านอย่างปลอดภัย”
ซานเชซกล่าวว่า สเปนจะใช้สถานะสมาชิกสหภาพยุโรปและนาโตเพื่อเรียกร้องให้ยุติการสู้รบและกลับสู่การเจรจาทางการทูต
เขากล่าวว่า “เราต้องเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา อิหร่าน และอิสราเอลหาทางออกที่เด็ดขาดเพื่อยุติความขัดแย้งนี้ก่อนที่จะสายเกินไป”
เขากล่าวเสริมว่า “การกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างหนึ่งไม่สามารถตอบโต้ด้วยการกระทำที่ผิดกฎหมายอีกอย่างหนึ่งได้ เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่ของมนุษยชาติ”
เขาเตือนว่า “บ่อยครั้งที่สงครามครั้งใหญ่ปะทุขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์ต่อเนื่องที่บานปลายจนควบคุมไม่ได้ เพราะการคำนวณผิดพลาด ความล้มเหลวทางเทคนิค หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน”
เขาเตือนอย่างชัดเจนถึงการ “เล่นเกมเสี่ยงตายกับชะตากรรมของคนนับล้าน”
ซานเชซกล่าวว่า สเปนและพันธมิตรควรยึดมั่นในคุณค่าเดียวกันกับที่พวกเขาสนับสนุนในยูเครน กาซา เวเนซุเอลา หรือกรีนแลนด์อย่างสม่ำเสมอ
“คำถามไม่ใช่ว่าเราสนับสนุนอยาตอลเลาะห์หรือไม่ ไม่มีใครสนับสนุนหรอก แน่นอนว่าไม่ใช่ประชาชนชาวสเปน และแน่นอนว่าไม่ใช่รัฐบาลสเปน คำถามที่แท้จริงคือเรายืนอยู่ข้างกฎหมายระหว่างประเทศ และด้วยเหตุนี้จึงอยู่ข้างสันติภาพหรือไม่” เขากล่าว
ซานเชซกล่าวว่า จุดยืนของเขาไม่ได้ไร้เดียงสา “สิ่งที่ไร้เดียงสาคือการคิดว่าความรุนแรงเป็นทางออก หรือประชาธิปไตยหรือความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างประเทศสามารถเกิดขึ้นได้จากซากปรักหักพัง”
ในความคิดเห็นที่ใกล้เคียงกับการวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์โดยตรง เขากล่าวว่า “เราจะไม่สมรู้ร่วมคิดในสิ่งที่ไม่ดีต่อโลกและขัดต่อค่านิยมและผลประโยชน์ของเรา เพียงเพราะกลัวการแก้แค้นจากใครบางคน”
เขากล่าวว่า “สเปนมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและสถาบันของเรา”
เขากล่าวว่า สเปนไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีมุมมองเช่นนี้ ซึ่งเขากล่าวว่ามุมมองนี้ได้รับการรับรองไว้ในสหภาพยุโรป สหประชาชาติ และสนธิสัญญาระหว่างประเทศอื่นๆ
ซานเชซกล่าวทิ้งท้ายว่า “สงครามจะเป็นประโยชน์ต่อคนเพียงไม่กี่คน ในขณะที่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองที่มากขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราทุกคน”
เรียบเรียงจาก The Guardian