พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า กองกำลังสหรัฐฯ จะไล่ล่าเรือที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในน่านน้ำนอกตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ตามข้อมูลจาก Lloydslist.com ภูมิภาคแปซิฟิก โดยเฉพาะจุดจอดเรือในและรอบช่องแคบมะละกา เป็นที่ตั้งของกองเรือบรรทุกน้ำมันลับจำนวนมากที่สุด ซึ่งขนส่งน้ำมันที่ผิดกฎหมายหรือถูกคว่ำบาตรจากประเทศต่าง ๆ เช่น อิหร่าน
“เรากำลังดำเนินการสกัดกั้นทางทะเลที่คล้ายคลึงกันในพื้นที่ปฏิบัติการ (AOR) ในมหาสมุทรแปซิฟิกกับเรือเหล่านั้นที่ออกจากพื้นที่นั้นก่อนที่เราจะเริ่มการปิดล้อม” เคนกล่าว
ชาร์ลี บราวน์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการติดตามกองเรือลับขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร United Against Nuclear Iran และอดีตเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวว่า ถ้อยคำของเคนและการเคลื่อนไหวของเรือรบสหรัฐฯ บางลำที่ตรวจสอบได้จากแพลตฟอร์มติดตามเรือและภาพถ่ายดาวเทียม บ่งชี้ว่า วอชิงตันอาจกำลังพิจารณาปฏิบัติการที่คล้ายกับที่เคยใช้กับเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในช่วงการปิดล้อมประเทศนั้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
“ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรในพื้นที่ห่างไกลจากบริเวณชายแดนเวเนซุเอลา รวมถึงในมหาสมุทรอินเดีย” บราวน์กล่าว
เขาเสริมว่า “ผมคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันในน่านน้ำสากล ซึ่งสหรัฐฯ มีเสรีภาพในการปฏิบัติการและมีข้อจำกัดน้อยกว่า”
ทั้งนี้ พบการเคลื่อนไหวของเรือ USS Miguel Keith ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังช่องแคบมะละกาในวันที่ 16 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น
เรือ USS Miguel Keith ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่เกือบเท่าเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ออกจากซาเซโบะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 เม.ย.
เรือลำนี้แวะจอดในน่านน้ำสิงคโปร์ชั่วครู่ในวันที่ 17 เม.ย. ก่อนที่จะแล่นผ่านช่องแคบมะละกาในตอนเย็น
เรือลำนี้เป็นที่รู้จักในฐานะฐานทัพเรือปฏิบัติการ และภารกิจของมันรวมถึงการกวาดล้างทุ่นระเบิดทางอากาศและปฏิบัติการพิเศษ
เรียบเรียงจาก CNN