นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันว่า การโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนจะเดินหน้าต่อไป แต่ว่าได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเริ่มกระบวนการเจรจาโดยตรง เพื่อหาทางปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวและพัฒนาความสัมพันธ์กับเลบานอน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลเลบานอนรายหนึ่งยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจา หากการโจมตียังคงไม่ยุติ
โดยเมื่อวันที่ 9 เม.ย. กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง และได้ออกคำสั่งอพยพใหม่ในพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ของกรุงเบรุต
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีระลอกใหญ่ที่สุดในเลบานอนนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 คน มีผู้บาดเจ็บ 1,150 คนทั่วประเทศ โดยอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายคือศูนย์บัญชาการและฐานที่มั่นทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ 100 แห่ง
กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุต สามารถสังหาร อาลี ยูซูฟ ฮาร์ชี เลขานุการและหลานชายของของ นาอิม กัสเซ็ม ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า พวกเขาสามารถยืนยันได้ว่า กระทรวงฯ จะจัดการประชุมในสัปดาห์หน้าเพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิงที่กำลังดำเนินอยู่กับอิสราเอลและเลบานอน
กองทัพอิสราเอลลั่น ยังอยู่ในภาวะสงคราม
พลเอก เอียล ซามีร์ เสนาธิการกองทัพอิสราเอล (IDF) กล่าวว่า กองกำลังอิสราเอลยังคงปฏิบัติการรบในเลบานอนตอนใต้ และ “ไม่ได้อยู่ในช่วงหยุดยิง” กับฮิซบอลเลาะห์ ตามคำแถลงที่เผยแพร่โดย IDF
ระหว่างการเยือนใกล้เมืองบินต์ จเบล ในเลบานอนตอนใต้ ซามีร์กล่าวว่า "กองทัพอิสราเอลอยู่ในภาวะสงคราม เราไม่ได้อยู่ในช่วงหยุดยิง เรายังคงต่อสู้ในพื้นที่นี้ ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบหลักของเรา ในอิหร่าน เราอยู่ในช่วงหยุดยิง และเราสามารถกลับไปสู้รบที่นั่นได้ทุกเมื่อ และด้วยกำลังที่รุนแรงมาก"
แหล่งข่าวเผย ผู้แทนอิหร่านถึงกรุงอิสลามาบัดแล้ว
หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานเมื่อคืนวันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยกับสหรัฐฯ
รายงานระบุว่า คณะผู้แทนนำโดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี และประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า ข่าวการเดินทางของเจ้าหน้าที่อิหร่านไปยังอิสลามาบัดเพื่อเจรจากับสหรัฐฯ นั้น “เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง” สื่ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลอิหร่านก็รายงานปฏิเสธในทำนองเดียวกัน
ปากีสถานยันการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเกิดแน่!
ณ วันที่ 10 เม.ย. ถนนในกรุงอิสลามาบัดถูกปิดล้อมอย่างเข้มงวด ขณะที่เมืองหลวงของปากีสถานเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นความหวังที่จะยุติสงครามที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในตะวันออกกลาง
แม้ว่าการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านดูเหมือนจะเปราะบางมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่องของอิสราเอล และข้อพิพาทเกี่ยวกับเงื่อนไขของการเจรจา แต่เจ้าหน้าที่ปากีสถานยืนยันว่า การเจรจาสันติภาพที่สำคัญยิ่งนี้จะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ตามแผนที่วางไว้
ก่อนการเจรจารอบแรกในอิสลามาบัด ซึ่งมีกำหนดจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 เม.ย. เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยรักษาความปลอดภัยกึ่งทหารถูกส่งไปประจำการ และมีการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยทั่วเมืองหลวง มีการประกาศให้วันที่ 9-10 เม.ย. เป็นวันหยุดราชการ และถนนหนทางก็เงียบสงัด
เจ้าหน้าที่ปากีสถานยังคงปิดปากเงียบเกี่ยวกับการเตรียมการเจรจา โดยอ้างถึงความกังวลด้านความปลอดภัยและการทูต แต่กล่าวว่าการเตรียมการดำเนินไปอย่างเต็มที่
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการ กล่าวว่า “สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการเจรจาต้องราบรื่น เราไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นผู้ขัดขวาง บทบาทของเราคือผู้ประสานงานและผู้ไกล่เกลี่ย เราจะปล่อยให้ทั้งสองฝ่าย อิหร่านและสหรัฐฯ แบ่งปันความคืบหน้าใด ๆ กับสื่อหากพวกเขาต้องการ”
เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า คณะผู้แทนหลักมีกำหนดเดินทางมาถึงในคืนวันที่ 9 เม.ย. และเช้าวันที่ 10 เม.ย. โดยทางฝั่งสหรัฐฯ ยืนยันว่า ทีมเจรจาของพวกเขาจะนำโดยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ โดยมีทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ เดินทางไปยังอิสลามาบัดด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่า คณะผู้แทนของพวกเขาจะรวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี และประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ซึ่งทั้งสองคนเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาหยุดยิง นอกจากนี้คาดว่าจะมีบุคคลสำคัญจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เข้าร่วมด้วย
เจ้าหน้าที่กล่าวว่าคณะผู้แทนจากประเทศในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงกาตาร์และซาอุดีอาระเบีย ก็จะเดินทางไปยังอิสลามาบัดและอาจเข้าร่วมการเจรจานอกรอบด้วย
เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ปากีสถานยืนยันว่า มีสถานที่ที่เป็นไปได้ 3-4 แห่งที่กำลังเตรียมการสำหรับการประชุมที่สำคัญระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ
ผู้เข้าร่วมที่มีชื่อเสียงที่สุดคาดว่าจะพักอยู่ที่โรงแรมเซเรนา 5 ดาวสุดหรูในอิสลามาบัด ซึ่งอาจเป็นสถานที่จัดการเจรจาด้วย โดยแขกของโรงแรมถูกย้ายออกไปหมด และถนนโดยรอบรัศมี 3 กิโลเมตรถูกปิดกั้นไม่ให้รถยนต์สัญจร และอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพ
สถานที่อื่น ๆ ที่เจ้าหน้าที่กล่าวถึงว่าอาจใช้เป็นสถานที่เจรจา ได้แก่ สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ศูนย์การประชุมในกรุงอิสลามาบัด หรือสถานที่ทางทหารที่ปลอดภัย
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าการเจรจาจะใช้เวลานานเท่าใด อย่างไรก็ตาม แขกที่ถูกอพยพออกจากโรงแรมเซเรนาเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ได้รับแจ้งว่า โรงแรมจะถูกใช้จนถึงคืนวันที่ 12 เม.ย.
“ทรัมป์” เผย คุย “เนทันยาฮู” ลดการโจมตีเลบานอน
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยในการสัมภาษณ์กับ NBC News ว่า เขาได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู หรือที่ทรัมป์ชอบเรียกด้วยชื่อเล่นว่า “บิบี” แล้ว เกี่ยวกับการโจมตีเลบานอน
ทรัมป์บอกว่า อิสราเอลตกลงที่จะ “ลดขนาดการโจมตี” เลบานอน เพื่อสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ
“ผมคุยกับบีบีแล้ว และเขากำลังจะทำเรื่องนี้อย่างเงียบ ๆ ผมคิดว่าเราต้องทำเรื่องนี้อย่างเงียบ ๆ กว่านี้หน่อย” ทรัมป์กล่าว
ด้านเนทันยาฮูกล่าวว่า รัฐบาลของเขาจะเริ่มการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน โดยมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และการสร้างความสัมพันธ์อย่างสันติ
แถลงการณ์ระบุว่า การเจรจาระหว่างสองประเทศจะมุ่งเน้นไปที่ “การปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์และการสถาปนาความสัมพันธ์สันติภาพระหว่างอิสราเอลและเลบานอน”
มีรายงานว่า แถลงการณ์ของเนทันยาฮูมีขึ้นหลังจากที่เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทำเนียบขาว
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า จะจัดการประชุมในสัปดาห์หน้า ณ กรุงวอชิงตัน “เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิงที่กำลังดำเนินอยู่กับอิสราเอลและเลบานอน”
อิหร่านปฏิเสธการโจมตีรัฐอ่าวเปอร์เซียหลังหยุดยิง
คูเวตกล่าวหาอิหร่านและกลุ่มตัวแทนว่าโจมตีด้วยโดรนใส่คูเวตเมื่อวันที่ 9 เม.ย. แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง
กระทรวงต่างประเทศของคูเวตระบุว่า การโจมตีด้วยโดรน “มุ่งเป้าไปที่สถานที่สำคัญบางแห่งของคูเวต” เมื่อคืนวันที่ 9 เม.ย.
แถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าว KUNA ของรัฐบาลคูเวต ได้สร้างแรงกดดันใหม่ต่อข้อตกลงหยุดยิงก่อนการเจรจาที่วางแผนไว้ในวันเสาร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน
ล่าสุดวันที่ 10 เม.ย. กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว IRNA ของรัฐบาลอิหร่าน ปฏิเสธการโจมตีรัฐในอ่าวเปอร์เซีย หลังจากที่คูเวตกล่าวหาเตหะรานและกลุ่มตัวแทนว่ายังคงโจมตีต่อไปแม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว
“หากรายงานเหล่านี้ที่เผยแพร่โดยสื่อเป็นความจริง ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นฝีมือของศัตรูไซออนิสต์หรืออเมริกา” IRGC กล่าว
อิหร่านยัน การเจรจาขึ้นอยู่กับการหยุดยิงเลบานอน
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ ปฏิบัติตามพันธกรณีหยุดยิง
เขากล่าวอ้างว่า พันธกรณีเหล่านั้นรวมถึงการหยุดยิงในเลบานอน ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลยืนยันว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง
บาเกอีประณามการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอลในเลบานอน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 คน ขณะที่อิสราเอลอ้างว่าได้โจมตีศูนย์บัญชาการและฐานทัพของฮิซบอลลาห์มากกว่า 100 แห่ง
บาเกอีกล่าวว่า “การยุติสงครามในเลบานอนเป็นส่วนที่แยกไม่ออกของข้อตกลงหยุดยิงที่เสนอโดยปากีสถาน และดังที่นายกรัฐมนตรีปากีสถานได้ประกาศอย่างชัดเจน สหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นที่จะยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน”
ที่ปรึกษาอาวุโสผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต
คามาล คาราซี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้วหลังจากได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา
เตหะรานระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่มุ่งเป้าไปที่บ้านของเขา
สื่อทางการของอิหร่านประกาศว่า คาราซี “ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของศัตรูอเมริกัน-ไซออนิสต์ ได้เสียชีวิตเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา”
เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ภรรยาของคาราซีเสียชีวิตในการโจมตีครั้งนั้น ขณะที่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษา
คาราซีเคยให้สัมภาษณ์ CNN ว่า เขาเชื่อว่าอิหร่านสามารถยืดเยื้อความขัดแย้งได้เป็นเวลานาน และกล่าวว่าเขาไม่เห็นหนทางสำหรับการเจรจาทางการทูต เขาทำนายว่าสงครามจะจบลงได้ก็ต่อเมื่อเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเท่านั้น
“ทรัมป์” โพสต์ อิหร่านแย่มาก ให้น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เช้าวันที่ 10 เม.ย. ตามวเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า "มีรายงานว่าอิหร่านกำลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาไม่ควรทำเช่นนั้น และถ้าหากทำอยู่ก็ควรหยุดเดี๋ยวนี้!"
ในอีกโพสต์หนึ่ง ทรัมป์บอกว่า "อิหร่านกำลังทำหน้าที่ได้แย่มาก บางคนอาจกล่าวว่าไม่น่าเคารพ ในการอนุญาตให้น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นั่นไม่ใช่ข้อตกลงที่เรามี!"
สหรัฐฯ หยุดยิงแล้ว แต่พร้อมรบหากสถานการณ์เปลี่ยน
แม้ว่าจะยุติการสู้รบไปแล้ว แต่กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังคง "พร้อม" อยู่ในตะวันออกกลาง
พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM กล่าวในการอัปเดตผ่านวิดีโอว่า สหรัฐฯ ได้ "ระงับปฏิบัติการโจมตีตามข้อตกลงหยุดยิงที่กำลังดำเนินอยู่"
เขาบอกว่า "อิหร่านประสบความพ่ายแพ้ทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี" และเสริมว่า กองทัพยังคง "ประจำการ เฝ้าระวัง และพร้อมหากได้รับการร้องขอ" ในภูมิภาคนี้ และยังคง "ยืนเคียงข้าง" กับพันธมิตรในภูมิภาคต่อไป
โลกประณามอิสราเอล
ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มออกมาประณามอิสราเอลมากขึ้น หลังการโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ที่สุด จนก่อให้เกิดความสูญเสียเป็นวงกว้าง
โดยฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประณามการโจมตีที่เขาเรียกว่าเป็นการโจมตีแบบ “ไม่เลือกหน้า” และชี้ว่าการกระทำนี้ “เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง”
ส่วนอังกฤษ อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอล “สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง” และย้ำว่าอังกฤษต้องการเห็นเลบานอนถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง
ด้านนายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ ซึ่งต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านมาตลอด กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู “เพิกเฉยต่อชีวิตและกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้”
คัดค้านอิหร่านเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ
แถงการณ์ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการเดินเรือของสหประชาชาติ ระบุว่า การบังคับเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางต่อเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ จะเป็นการ “สร้างบรรทัดฐานที่อันตราย” และนานาประเทศไม่ควรขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือ
IMO ย้ำว่าไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับใดที่อนุญาตให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการสัญจรผ่านช่องแคบระหว่างประเทศ
อิหร่านยัน ล้างแค้นให้ “อาลี คาเมเนอี”
ทางการอิหร่านได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับใหม่ที่อ้างว่าเป็นของ อยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่า อิหร่านยังคงมุ่งมั่นที่จะ “ล้างแค้น” ให้กับ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้เป็นบิดาและผู้นำคนก่อนที่ถูกสังหาร รวมถึงทุกคนที่เสียชีวิตในสงคราม
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า อิหร่านกำลังวางแผนเปลี่ยนผ่านวิธีการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซให้เข้าสู่ระยะใหม่ด้วย
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian