สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่า คณะผู้แทนที่นำโดย “โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” ประธานรัฐสภา และ “อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดของปากีสถานแล้ว เพื่อเตรียมเข้าร่วมการเจรจาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันนี้
ด้านรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ กล่าวว่า ตั้งตารอการหารือครั้งนี้ โดยสหรัฐฯ พร้อมจะยื่นไมตรีให้ หากฝ่ายอิหร่านแสดงความจริงใจออกมา แต่หากเตหะรานพยายามเล่นเกมตุกติก สหรัฐฯ ก็จะไม่ตอบรับ
แวนซ์ระบุด้วยว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้แนวทางในการหารือกับตนเอง และคณะผู้แทนของฝ่ายรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งรวมถึง สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษและจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์
ขณะที่ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า ดูเหมือนว่า อิหร่านจะไม่ตระหนักว่าไม่มีไพ่ในมือเลย นอกจากการข่มขู่ประชาคมโลกในระยะสั้นด้วยการปิดกั้นเส้นทางน้ำระหว่างประเทศ เหตุผลเดียวที่อิหร่านยังมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ก็เพื่อการเจรจาเท่านั้น
ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระบุว่า ได้อวยพรให้แวนซ์โชคดีในการหารือครั้งนี้ และเสริมว่า ยังไม่แน่ใจว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะได้ข้อสรุปในครั้งเดียวหรือจะดำเนินต่อไปในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า
ต่อคำถามที่ว่า สหรัฐฯ มีแผนสำรองหรือไม่ ผู้นำสหรัฐฯ ตอบว่า ไม่จำเป็นต้องมีแผนสำรอง และข้อตกลงที่ดีระหว่างวอชิงตัน-เตหะรานที่ดีคือการที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานได้ในเร็ววันนี้ แม้ว่าจะมีหรือไม่มีความร่วมมือจากอิหร่าน
"ใช่ แต่ช่องแคบจะเปิดเองอัตโนมัติ ใช่ คำตอบคือใช่ แต่ช่องแคบจะเปิด ถ้าเราแค่ปล่อยไว้เฉยๆ พวกเขาก็จะไม่ได้เงิน ช่องแคบจะเปิดแน่นอน แต่ต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่เราจะเปิดช่องแคบอยู่ดี อย่าลืมว่าเราไม่ได้ใช้ช่องแคบนี้ ประเทศอื่นใช้ ดังนั้นเราจึงมีประเทศอื่นที่จะเข้ามาช่วยด้วย เราไม่ได้ใช้ มันจะไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เลย แต่ผมขอพูดว่า เราจะทำให้ช่องแคบเปิดได้เร็ว ๆ นี้"
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟของปากีสถาน ที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ระบุว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะเป็นการชี้ชะตาสำหรับการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวรในความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาหลายสัปดาห์ พร้อมเสริมว่า หวังให้ทุกฝ่ายเจรจากันอย่างสร้างสรรค์และย้ำความปราถนาที่จะอำนวยความสะดวกให้ทุกฝ่ายบรรลุทางออกที่ยั่งยืนและถาวรสำหรับความขัดแย้ง
สำหรับการเจรจาในวันนี้ คาดว่า จะมุ่งเน้นไปที่การขยายเวลาของข้อตกลงหยุดยิงเดิม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระยะเวลา 2 สัปดาห์และการลดความตึงเครียดในภูมิภาค
ทางการปากีสถานยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยสั่งปิดพื้นที่ใจกลางกรุงอิสลามาบัดอย่างสมบูรณ์ ประกาศวันหยุดราชการและจัดตั้งเขตรักษาความปลอดภัย “พื้นที่สีแดง” ระยะ 3 กิโลเมตรรอบโรงแรมที่ใช้จัดการเจรจาด้วย
ขณะที่เอกอัครราชทูตเลบานอน และอิสราเอลประจำสหรัฐฯ ตกลงจัดการพบหารือกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่ 14 เม.ย. นี้ เพื่อหารือเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงและกำหนดวันเริ่มต้นการเจรจาโดยตรงระหว่างกันถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู อนุญาตให้มีการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน โดยอ้างว่า ได้รับคำร้องขอซ้ำหลายครั้งจากรัฐบาลเบรุต
ขณะเดียวกัน การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเลบานอนยังคงดำเนินต่อไป หลังทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ สังหารพลเรือนเลบานอนเสียชีวิตกว่า 357 คน และบาดเจ็บ 1,223 คน
ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่า การโจมตีหลายระลอกทั่วเลบานอนสามารถสังหารสมาชิกกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ได้อย่างน้อย 180 คน
ข่าวกรองสหรัฐฯ อ้าง จีนเตรียมส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ให้อิหร่าน
หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่า จีนกำลังเตรียมส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่ให้กับอิหร่านภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว 3 คนที่คุ้นเคยกับการประเมินข่าวกรองล่าสุด
ข่าวกรองยังเน้นย้ำว่า อิหร่านอาจใช้การหยุดยิงเป็นโอกาสในการเติมอาวุธบางอย่างด้วยความช่วยเหลือจากพันธมิตรต่างชาติ
แหล่งข่าวสองรายบอกกับ CNN ว่า มีข้อบ่งชี้ว่า ปักกิ่งกำลังดำเนินการขนส่งผ่านประเทศที่สามเพื่อปกปิดแหล่งที่มาที่แท้จริง
แหล่งข่าวระบุว่า ระบบอาวุธที่จีนกำลังเตรียมส่งมอบคือระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบประทับบ่า “MANPAD” ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ที่บินต่ำในการปฏิบัติภารกิจ
อย่างไรก็ตาม โฆษกสถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันกล่าวว่า “จีนไม่เคยจัดหาอาวุธให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้ง ข้อมูลที่กล่าวถึงนั้นไม่เป็นความจริง”
สถานทูตฯ เสริมว่า “ในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ จีนปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ เราขอเรียกร้องให้ฝ่ายสหรัฐฯ งดเว้นจากการกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง การเชื่อมโยงอย่างมีเจตนาร้าย และการสร้างข่าวที่เกินจริง เราหวังว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะทำมากกว่านี้เพื่อช่วยลดความตึงเครียด”
ทีมเจรจาสหรัฐฯ ถึงปากีสถานแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เครื่องบินของสหรัฐฯ ที่บรรทุกคณะเจรจากับอิหร่านได้ลงจอดที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานแล้ว
โดย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อเจรจากับอิหร่าน
แวนซ์ได้รับการต้อนรับจาก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน โมฮัมหมัด อิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และนาตาลี เบเกอร์ รักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงอิสลามาบัด
ประธานรัฐสภาอิหร่านพาเด็กที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ ไปปากีสถานด้วย
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ภาพบนโซเชียลมีเดีย เป็นภาพที่เขากำลังดูรูปถ่ายของเด็ก ๆ ที่เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐฯ ที่ตกใส่โรงเรียน โดยระบุว่า เด็กเหล่านี้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางของเขาในเที่ยวบินไปยังปากีสถานเพื่อเจรจาสันติภาพ
ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นกาลีบาฟกำลังมองดูรูปถ่ายใบหน้าของเด็ก 4 คน ซึ่งแต่ละคนวางอยู่บนที่นั่งบนเครื่องบินพร้อมกระเป๋าเป้และดอกไม้
การสอบสวนเบื้องต้นของกองทัพสหรัฐฯ เกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ระบุว่า ข้อมูลข่าวกรองที่ล้าสมัยน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโรงเรียนดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 165 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก
คณะเจรจาอิหร่านมี 71 คน
วันที่ 11 เม.ย. สำนักข่าวทัสนิมของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า คณะผู้แทนอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดมีทั้งหมด 71 คน รวมถึงผู้เจรจา ผู้เชี่ยวชาญ ตัวแทนสื่อ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
รายงานของทัสนิมระบุว่า “เนื่องจากความซับซ้อนและความละเอียดอ่อนสูงของการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา คณะผู้แทนอิหร่านจึงไม่เพียงแต่ประกอบด้วยผู้เจรจาหลักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคณะกรรมการด้านเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญสำหรับการปรึกษาหารือที่จำเป็นด้วย”
อิหร่านเผย มีหวังในการเจรจา แต่ไม่ไว้ใจสหรัฐฯ
ขณะเดินทางมาถึงสนามบินอิสลามาบัดเพื่อเจรจากับสหรัฐอเมริกา หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่านกล่าวว่า คณะผู้แทนของเขามีความหวัง แต่ไม่ไว้วางใจคู่เจรจาจากสหรัฐฯ
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน กล่าวกับสื่อของรัฐอิหร่านว่า “เรามีไมตรีจิต แต่เราไม่ไว้วางใจ โดยหากสหรัฐฯ พร้อมที่จะทำข้อตกลงอย่างแท้จริง อิหร่านก็พร้อมเช่นกัน”
เขาเสริมว่า “น่าเสียดายที่ประสบการณ์การเจรจากับชาวอเมริกันของเรามักจบลงด้วยความล้มเหลวและการละเมิดข้อผูกพัน”
“นอสตราดามุสจีน” ทำนายบทสรุปสงครามอิหร่าน
ศาสตราจารย์ เจียง เสวียฉิน หรือ “นอสตราดามุสจีน” ซึ่งใช้หลักการที่เขาเรียกว่า "จิตวิทยาประวัติศาสตร์" ในการวิเคราะห์เหตุการณ์ในอดีตเพื่อทำนายอนาคต และควบคุมปัจจุบัน ซึ่งผลงานที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่ามีระดับความแม่นยำที่สูงมากจนสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกออนไลน์ เช่น 2 ปีก่อนเคยทำนายว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 และเตือนว่ามีความเสี่ยงสูงมากที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่สงครามกับอิหร่าน
ล่าสุดศาสตราจารย์เจียงได้ออกมาทำนายถึงบทสรุปสุดท้ายของสงครามตะวันออกกลาง โดยมีเนื้อหาว่า ทรัมป์จะหาทางลงแล้วถอนตัวออกไปอย่างเสียหน้า ขณะที่ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย เมื่อเห็นว่าสหรัฐฯ กำลังจะถอนตัวก็จะเริ่มหาทางหนีทีไล่ทันที โดยบางประเทศอย่างกาตาร์ และโอมาน จะขยับเข้าหาอิหร่าน ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จะขยับเข้าหาอิสราเอล
เขายังทำนายว่า ระบบเงินปิโตรดอลลาร์จะอ่อนแอลงอย่างมาก และอิหร่านที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ แถมยังคงคุมช่องแคบฮอร์มุซ จะก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian