จากกรณีภาพถ่ายทหารนายหนึ่งใช้ค้อนทุบทำลายรูปปั้นพระเยซูในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนที่กลายเป็นวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกนั้น
ล่าสุด กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ทหารอิสราเอลนายที่ใช้ค้อนปอนด์ทุบรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน และทหารอีกนายที่ถ่ายภาพเหตุการณ์ดังกล่าว จะถูกลงโทษด้วยการถูกจำคุกในเรือนจำของกองทัพเป็นเวลา 30 วัน โดยทหารทั้งสองนาย ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ จะถูก “ปลดจากหน้าที่สู้รบ” หลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น
ส่วนทหารอีก 6 นายที่อยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้เข้าขัดขวางหรือรายงานเหตุการณ์ จะถูกดำเนินการแยกต่างหาก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่หมู่บ้านเดเบล (Debel) ทางตอนใต้ของเลบานอน ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง โดยหนึ่งในผู้ที่ออกมาตำหนิการกระทำนี้ คือ ไมค์ ฮัคคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ที่เรียกร้องให้มีบทลงโทษที่รวดเร็ว รุนแรง และเปิดเผยต่อสาธารณะ
ด้านนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู แสดงความรู้สึกตกใจและเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และต่อความเจ็บปวดใด ๆ ที่เหตุการณ์นี้ได้สร้างแก่ผู้ที่มีความเชื่อความศรัทธาทั้งในเลบานอนและทั่วโลก
ขณะที่เมื่อวันที่ 21 เม.ย. IDF ได้เผยแพร่แถลงการณ์ที่ระบุว่า ได้สอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว และพบว่าพฤติกรรมของทหารเหล่านี้เป็นการกระทำนอกคำสั่งและขัดต่อหลักการของ IDF อย่างสิ้นเชิง
แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า กองกำลัง IDF ได้นำรูปปั้นใหม่มาเปลี่ยนแทนที่รูปปั้นที่เสียหายแล้ว โดยมีการประสานงานอย่างเต็มที่กับชุมชนในท้องถิ่น
IDF ย้ำว่าปฏิบัติการในเลบานอนนั้นมุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนชาวเลบานอนแต่อย่างใด
โดย อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวระหว่างพิธีรำลึกทหารที่เสียชีวิตและเหยื่อของการก่อการร้ายว่า เป้าหมายหลักของปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน คือ การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และกำจัดภัยคุกคามต่อชุมชนทางเหนือของอิสราเอล โดยเป็นการใช้มาตรการทางทหาร ควบคู่ไปกันมาตรการทางการทูต
แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน มีผลบังคับใช้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ทหารอิสราเอลยังคงประจำการ และต่อสู้กับสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน โดยแคทซ์ย้ำว่ากองทัพอิสราเอลจะใช้กำลัง “อย่างเต็มที่” หากถูกคุกคาม
เรียบเรียงจาก BBC