เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 22 เม.ย. ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความประกาศว่า จะขยายเวลาการหยุดยิงออกไปจนกว่าจะมีการยื่นข้อเสนอยุติสงครามจากอิหร่านและกระบวนการพูดคุยได้เสร็จสิ้นแล้ว
โดยทรัมป์ระบุว่า “เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านแตกแยกอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่คาดไม่ถึง และตามคำขอของจอมพลอาซิม มูนีร์ และนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน เราจึงได้รับคำขอให้ระงับการโจมตีประเทศอิหร่านจนกว่าผู้นำและตัวแทนของพวกเขาจะสามารถหาข้อเสนอที่เป็นเอกภาพได้”
ทรัมป์กล่าวต่อว่า “ดังนั้น ผมจึงได้สั่งการให้กองทัพของเราดำเนินการปิดล้อมต่อไป และเตรียมพร้อมในทุกด้าน และจะขยายการหยุดยิงออกไปจนกว่าข้อเสนอของพวกเขาจะถูกส่งมา และการเจรจาจะสิ้นสุดลงไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง”
ต่อมา ทรัมป์ยังโพสต์อีกว่า อิหร่านไม่ได้ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซปิด พวกเขาต้องการเปิดเพื่อที่จะได้เงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 หมื่นล้านบาท) ต่อวัน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่พวกเขาจะสูญเสียหากปิดช่องแคบ
“พวกเขาบอกว่าต้องการปิดก็เพราะผมปิดช่องแคบนั้นสนิทแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงแค่ต้องการ "รักษาหน้า" มีคนมาบอกผมเมื่อสี่วันก่อนว่า "ท่านครับ อิหร่านต้องการเปิดช่องแคบทันที" แต่ถ้าเราทำอย่างนั้น จะไม่มีข้อตกลงใดๆ กับอิหร่านได้เลย เว้นแต่เราจะระเบิดประเทศของพวกเขา รวมทั้งผู้นำของพวกเขาด้วย!” ทรัมป์ระบุ
วันนี้กองทัพอิหร่านโจมตี-ยึดเรือสินค้า 3 ลำพยายามผ่านฮอร์มุซ
สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสื่อทางการอิหร่าน รายงานว่า ในวันที่ 22 เม.ย. กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ได้โจมตีเรือสินค้าไปทั้งสิ้น 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ
เรือลำแรกที่ได้รับรายงานคือเรือ “เอปามินอนดาส” (Epaminondas) ซึ่งติดธงชาติกรีซ
โดยศูนย์ปฏิบัติการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) กล่าวว่า เรือปืนของ IRGC ได้ยิงใส่เรือลำดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ห่างจากชายฝั่งโอมานไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 15 ไมล์ทะเล และทำให้สะพานเดินเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก
สำนักข่าว Nour News ซึ่งเป็นเครือข่ายของสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน โต้แย้งคำให้การของกัปตันเรือต่อ UKMTO ที่ระบุว่า ไม่มีการส่งสัญญาณเตือนทางวิทยุไปยังเรือลำดังกล่าว โดยยืนยันว่า เรือลำนั้น “เพิกเฉยต่อคำเตือน” จากกองทัพอิหร่าน
ส่วนเรือลำที่สองถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซคือเรือ “ยูโฟเรีย” (Euphoria) ซึ่งจดทะเบียนในปานามา และเป็นของบริษัทที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกยิงเมื่อเวลา 13.38 น. ตามเวลาประเทศไทย ห่างจากชายฝั่งตะวันตกของอิหร่านไป 8 ไมล์ทะเล ขณะกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย
รายงานระบุว่า ไม่มีความเสียหาย และลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยและได้รับการตรวจสอบแล้ว โดยขณะนี้เกยตื้นอยู่บริเวณชายฝั่งอิหร่าน
เรือบรรทุกสินค้าลำที่สามถูกโจมตีขณะพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ คือเรือ “เอ็มเอสซี ฟรานเซสกา” (MSC Francesca) ซึ่งจดทะเบียนในปานามา ถูกโจมตีห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 6 ไมล์ทะเล ขณะกำลังมุ่งหน้าลงใต้จากช่องแคบไปยังอ่าวโอมาน
เรือ MSC Francesca ได้รับสัญญาณจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม และได้รับคำสั่งให้ทอดสมอ โดยลูกเรือรายงานว่า ตัวเรือและห้องพักได้รับความเสียหาย
สื่ออิหร่านระบุโดยอ้างคำแถลงจากกองทัพเรือ IRGC ว่า ขณะนี้เรือฟรานเซสกาและเอปามินอนดาส “ถูกยึด” และนำไปยังชายฝั่งอิหร่านแล้ว
“ทรัมป์” อ้าง อิหร่านกำลังล่มสลายทางการเงิน
วันที่ 22 เม.ย. เวลาประมาณ 10.40 น. ตามเวลาประเทศไทย โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความว่า “อิหร่านกำลังล่มสลายทางการเงิน! พวกเขาต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยทันที – ขาดแคลนเงินสดอย่างหนัก! สูญเสียเงินวันละ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทหารและตำรวจบ่นว่าไม่ได้รับเงินเดือน ขอความช่วยเหลือด่วน!!!”
กองทัพอิหร่านขู่ เตรียมบอกลาการผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง
สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐอิหร่านรายงานว่า ผู้บัญชาการทหารอิหร่านได้เตือนประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางว่า หากดินแดนหรือโครงสร้างของพวกเขาถูกศัตรูใช้โจมตีอิหร่าน “พวกเขาควรบอกลาการผลิตน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลางไปได้เลย”
ฟาร์สรายงานโดยอ้างคำพูดของผู้บัญชาการกองกำลังการบินและอวกาศของกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามว่า “คำเตือนนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บางประเทศในอ่าวเปอร์เซียเคยอนุญาตให้ศัตรูของอิหร่านใช้ดินแดนของตนเป็นฐานโจมตีมาก่อน หากเรื่องนี้ยังคงดำเนินต่อไป เส้นทางเศรษฐกิจของพวกเขาจะตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างร้ายแรง” โดยไม่ได้ระบุว่าหมายถึงประเทศใดบ้าง
ผู้บัญชาการยังประกาศด้วยว่า “รายชื่อเป้าหมาย” ของอิหร่านได้ขยายออกไปนอกเหนือจากฐานทัพทางทหารแล้ว และขณะนี้รวมถึงแหล่งน้ำมันและโรงกลั่นขนาดใหญ่ทั่วตะวันออกกลาง โดยระบุชื่อสถานที่เฉพาะเจาะจงในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต กาตาร์ และบาห์เรน ตามรายงานของสำนักข่าวฟาร์ส
สส.อิหร่านโพสต์ การเจรจากับสหรัฐฯ “อันตรายและไร้เหตุผล”
วันที่ 22 เม.ย. มาห์มูด นาบาเวียน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะผู้แทนในการเจรจารอบแรกระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในกรุงอิสลามาบัด โพสต์ผ่าน X ว่า “นับจากนี้ไป การเจรจากับสหรัฐฯ นั้นเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายและไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง”
ในขณะเดียวกัน โฆษกของกองบัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน (Khatam al-Anbiya) ได้เตือนว่า หากมีการโจมตีอิหร่าน กองกำลังอิหร่านจะ “โจมตีเป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นการสั่งสอนบทเรียนที่รุนแรงยิ่งขึ้น” แก่สหรัฐฯ และอิสราเอล
ทั้งในโพสต์ของนาบาเวียนและแถลงการณ์ของ Khatam al-Anbiya ไม่มีการกล่าวถึงการขยายเวลาหยุดยิง
ที่ปรึกษาประธานรัฐสภาอิหร่านชี้ “ทรัมป์” พยายามซื้อเวลา
ที่ปรึกษาของประธานรัฐสภาอิหร่านได้ปฏิเสธการประกาศขยายเวลาหยุดยิงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยกล่าวว่า “มันไม่มีความหมายอะไร” และเตหะรานควรตอบโต้ด้วยกำลังทหาร
มาห์ดี โมฮัมมาดี ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ กล่าวว่า “ฝ่ายที่แพ้ไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขได้” และเรียกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องว่าเป็นการ “ปิดล้อม” ที่ “ไม่ต่างจากการทิ้งระเบิด”
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจของเตหะรานต่อวอชิงตัน โมฮัมมาดีกล่าวหาทรัมป์ว่าขยายเวลาหยุดยิงเป็น “กลอุบายเพื่อซื้อเวลาสำหรับการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว” พร้อมเสริมว่า “ถึงเวลาแล้วที่อิหร่านจะต้องเป็นฝ่ายริเริ่ม”
กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาที่ดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนานของประเทศ เป็นผู้นำการเจรจารอบแรกกับสหรัฐฯ ในกรุงอิสลามาบัด และคาดว่าจะเข้าร่วมการเจรจารอบที่สองกับรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ซึ่งถูกเลื่อนออกไปก่อน แล้วจึงเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
สหรัฐฯ ระงับแผนไปปากีสถาน
ส่วนความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพรอบที่ 2 กับอิหร่าน สำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ.ดี. แวนซ์ ได้ระงับแผนการเดินทางไปกรุงอิสลามาบัดของปากีสถานเพื่อเริ่มต้นกระบวนการพูดคุย
รายงานข่าวของนิวยอร์กไทม์สระบุว่าการระงับการเดินทางไปปากีสถานของแวนซ์มีสาเหตุจากการที่อิหร่านยังไม่ตอบกลับข้อเรียกร้องที่สหรัฐฯพยายามผลักดัน
อิหร่านยังไม่ตัดสินใจ จะเจรจารอบสองหรือไม่
ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศขยายเวลาหยุดยิง กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านแจ้งกับบีบีซีว่า เตหะรานยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับสหรัฐฯ ในปลายสัปดาห์นี้หรือไม่
ในการสัมภาษณ์กับ BBC เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงฯ กล่าวว่า อิหร่านเข้าร่วมการเจรจารอบแรกที่อิสลามาบัด "ด้วยเจตนาดีและความจริงจัง แต่ฝ่ายเจรจากลับแสดงให้เห็นถึงการขาดความจริงจังและขาดเจตนาดี"
เขายังชี้ให้เห็นถึง "การเปลี่ยนท่าทีและการข่มขู่ว่าจะก่ออาชญากรรมสงคราม" โดยสหรัฐฯ ซึ่งหมายถึงโพสต์บนโซเชียลมีเดียและการสัมภาษณ์ของทรัมป์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
สหรัฐฯ ยืดเรือเพิ่ม
ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา กองทัพได้ส่งกำลังทหารบุกยึดเรือไร้สัญชาติที่ใช้ชื่อว่า "เอ็ม/ที ทิฟานี" (M/T Tifani) ซึ่งถูกคว่ำบาตรไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากการลักลอบขนส่งน้ำมันดิบจากอิหร่านไปยังประเทศอื่นในเอเชีย
โดยทหารสหรัฐฯ ได้ใช้สิทธิ์ในการขึ้นตรวจเรือโดยที่ไม่มีเหตุุการณ์รุนแรงใดๆ ตามมา ซึ่งเรือ เอ็ม/ที ทิฟานี เป็นเรือสินค้าลำที่ 2 ที่ถูกสหรัฐฯ ยึดตามมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านต่อจากเรือทูสกา ที่ถูกบุกยึดในอ่าวโอมาน
การยึดเรืออ็ม/ที ทิฟานี เกิดขึ้นในอ่าวเบงกอลระหว่างอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทางการสหรัฐฯระบุว่าพบน้ำมันของอิหร่านขณะบุกยึดเรือลำนี้ด้วย
โดยคาดว่ากองทัพสหรัฐฯจะตัดสินใจในอีก 4 วันข้างหน้าว่าจะทำอย่างไรกับเรือลำนี้ เช่น ลากกลับไปที่สหรัฐฯ หรือส่งต่อให้ประเทศอื่น
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อโทรทัศน์ของสหรัฐฯ ว่ากองทัพสกัดจับเรือได้อีก 1 ลำ และบนนั้นมีของขวัญจากจีนบรรทุกอยู่ แต่ไม่ระบุชัดเจนว่าเป็นเรือลำใด และของขวัญที่พูดถึงคืออะไรกันแน่
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว CNN รายงานว่าหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่าจีนกำลังเตรียมที่จะส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศชุดใหม่ให้กับอิหร่านภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
กองทัพอิสราเอลสั่งขัง 1 เดือน ทหารทุบรูปปั้นพระเยซู
จากกรณีภาพถ่ายทหารนายหนึ่งใช้ค้อนทุบทำลายรูปปั้นพระเยซูในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนที่กลายเป็นวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกนั้น
ล่าสุด กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ทหารอิสราเอลนายที่ใช้ค้อนปอนด์ทุบรูปปั้นพระเยซูในเลบานอน และทหารอีกนายที่ถ่ายภาพเหตุการณ์ดังกล่าว จะถูกลงโทษด้วยการถูกจำคุกในเรือนจำของกองทัพเป็นเวลา 30 วัน โดยทหารทั้งสองนาย ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ จะถูก “ปลดจากหน้าที่สู้รบ” หลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น
ส่วนทหารอีก 6 นายที่อยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้เข้าขัดขวางหรือรายงานเหตุการณ์ จะถูกดำเนินการแยกต่างหาก
ขณะที่เมื่อวันที่ 21 เม.ย. IDF ได้เผยแพร่แถลงการณ์ที่ระบุว่า ได้สอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว และพบว่าพฤติกรรมของทหารเหล่านี้เป็นการกระทำนอกคำสั่งและขัดต่อหลักการของ IDF อย่างสิ้นเชิง
แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า กองกำลัง IDF ได้นำรูปปั้นใหม่มาเปลี่ยนแทนที่รูปปั้นที่เสียหายแล้ว โดยมีการประสานงานอย่างเต็มที่กับชุมชนในท้องถิ่น
IDF ย้ำว่าปฏิบัติการในเลบานอนนั้นมุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนชาวเลบานอนแต่อย่างใด
โดย อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวระหว่างพิธีรำลึกทหารที่เสียชีวิตและเหยื่อของการก่อการร้ายว่า เป้าหมายหลักของปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน คือ การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และกำจัดภัยคุกคามต่อชุมชนทางเหนือของอิสราเอล โดยเป็นการใช้มาตรการทางทหาร ควบคู่ไปกันมาตรการทางการทูต
แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน มีผลบังคับใช้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ทหารอิสราเอลยังคงประจำการ และต่อสู้กับสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน โดยแคทซ์ย้ำว่ากองทัพอิสราเอลจะใช้กำลัง “อย่างเต็มที่” หากถูกคุกคาม
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian