ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า อิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน โดยเริ่มมีผลตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือเมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย
แต่ก่อนที่การหยุดยิงจะเริ่มต้นขึ้น กองทัพอิสราเอลได้ระเบิดทำลายอีกหนึ่งสะพานสำคัญในเลบานอนขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ตอบโต้ด้วยการยิงจรวดตอบโต้ดินแดนทางเหนือของอิสราเอล
ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู และประธานาธิบดีเลบานอน โจเซฟ อูน เห็นพ้องเริ่มต้นหยุดยิงอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 10 วัน
ทรัมป์ยังระบุอีกว่า จะเชิญผู้นำอิสราเอลและประธานาธิบดีเลบานอนเดินทางเยือนทำเนียบขาว เพื่อการหารือระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งจะถือเป็นการพูดคุยสำคัญครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983
ด้านนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูระบุว่า การตกลงหยุดยิงชั่วคราว 10 วัน มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ในการจัดทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลและเลบานอน แต่ย้ำว่าข้อตกลงยุติความขัดแย้งใด ๆ ต้องรวมถึงการทำลายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และกองทัพจะยังคงวางกำลังทหารในพื้นที่ภาคใต้ของเลบานอนต่อไป แม้การถอนทหารออกไปจะเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขสำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
ขณะที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ย้ำว่าประเด็นเรื่องการโจมตีเลบานอนจะต้องถูกบรรจุอยู่ในเงื่อนไขการหยุดยิงด้วย
โดยความเห็นของกาลิบาฟเกิดขึ้นระหว่างการพูดคุยกับ จอมพล อาซิม มูเนียร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดปากีสถานที่ได้รับการคาดหมายว่าจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอีกครั้ง
“ทรัมป์” โพสต์ อิหร่านเปิดฮอร์มุซแล้ว พร้อมให้เรือทุกลำสัญจร
"โดนัลด์ ทรัมป์" โพสต์ผ่านบัญชี Truth Social ระบุว่า อิหร่านได้ประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบแล้ว พร้อมให้เรือทุกลำสามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ
โดยข้อความระบุว่า อิหร่านยืนยันความพร้อมของเส้นทางดังกล่าวในการรองรับการเดินเรืออย่างสมบูรณ์ พร้อมกล่าวขอบคุณในตอนท้าย
ฮิซบอลเลาะห์เตือนอิสราเอลอย่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ออกมาเตือนว่า นักรบของพวกเขา “จะเตรียมพร้อมยิง” หากอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน
ในแถลงการณ์สั้น ๆ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อัล-มานาร์ ซึ่งเป็นของฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธกล่าวว่า “นักรบเหล่านี้จะเตรียมพร้อมยิงอยู่เสมอ เพื่อปกป้องตนเองจากการทรยศหักหลังของศัตรู”
อิหร่านเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” เต็มรูปแบบ รับหยุดยิงเลบานอน
อิหร่านประกาศเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ สอดรับสถานการณ์หยุดยิงในเลบานอน โดย Seyed Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ผ่านบัญชี X (Twitter) เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 19.45 น.
เนื้อหาระบุว่า เส้นทางเดินเรือสำหรับเรือพาณิชย์ทั้งหมดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งน้ำมันโลก จะเปิดให้ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบตลอดช่วงระยะเวลาการหยุดยิงที่เหลืออยู่
อย่างไรก็ตาม การเดินเรือจะต้องใช้เส้นทางที่มีการประสานงานตามที่องค์การท่าเรือและกิจการทางทะเลของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ และมาตรการดังกล่าวจะมีผลเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการหยุดยิงในเลบานอนเท่านั้น
พบเรือสินค้า 4 ลำออกจากอิหร่านผ่านการปิดล้อมของสหรัฐฯ ได้
นับตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. เป็นต้นมา กองทัพสหรัฐฯ ได้ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน และปิดกั้นไม่ให้เรือสินค้าทุกสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรือที่มุ่งหน้าเข้าสู่หรือเดินทางออกจากท่าเรือของอิหร่าน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปได้
ณ วันที่ 16 เม.ย. สหรัฐฯ ยืนยันว่า มีเรืออย่างน้อย 13 ลำที่หันหัวกลับ และกองทัพสหรัฐฯ “ยังไม่มีความจำเป็น” ต้องใช้กำลังขึ้นตรวจค้นเรือลำใดเป็นพิเศษ ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มมาตรการปิดล้อม มี “เรือเป้าหมายที่น่าสนใจ” อย่างน้อย 7 ลำ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ กำลัง “จับตามองเป็นพิเศษ”
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว BBC รายงานว่า จากข้อมูลการติดตามพบว่า มีเรือ 4 ลำแล่นออกจากท่าเรือของอิหร่าน และแล่นข้ามเส้นปิดล้อมของสหรัฐฯ ไปได้หลังจากมาตรการปิดล้อมมีผลแล้ว
เรือทั้งหมดที่ติดตามอยู่นั้นเป็นเรือบรรทุกสินค้า โดย 3 ลำจดทะเบียนในอิหร่าน และอีกหนึ่งลำคือเรือ Tava 4 จดทะเบียนในประเทศคอโมโรส
นับตั้งแต่มีการปิดล้อมเมื่อวันที่ 13 เม.ย. เรือที่แล่นผ่านการปิดล้อมของสหรัฐฯ ที่ BBC ติดตามได้จากข้อมูล MarineTraffic มีดังนี้:
- Azargoun - ออกจากท่าเรือ Shahid Rajee และแล่นผ่านการปิดล้อม โดยดูเหมือนว่าจะแล่นไปยัง Kandla ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย
- Ashkan3 - ออกจากท่าเรือ Chabahar ทางตะวันออกของอิหร่าน และปัจจุบันแสดงตำแหน่งอยู่ที่การาจี ประเทศปากีสถาน
- Shabdis - ออกจาก Chabahar เช่นกัน และแล่นผ่านเส้นปิดล้อม ตำแหน่งแสดงอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย ใกล้กับรัฐเกรละ โดยระบุปลายทางเป็นจูไห่ ประเทศจีน
- Tava 4 - แล่นออกจาก Bandar Imam Khomeini ในอิหร่าน และแล่นผ่านเส้นปิดล้อม ตำแหน่งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย และมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ Jawaharlal Nehru ใกล้กับมุมไบ
การประเมินนี้อิงตามตำแหน่งที่เรือเหล่านี้รายงานเองผ่านข้อมูลการติดตาม อย่างไรก็ตาม เรือบางลำอาจปิดระบบติดตามตำแหน่งหรือส่งสัญญาณตำแหน่งปลอม ซึ่งเป็นวิธีการที่เรียกว่า “การปลอมแปลงตำแหน่ง” (spoofing)
พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ กล่าวว่า “สหรัฐฯ ยังคงดำเนินการปิดล้อมต่อไป” และเมื่อถามกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เกี่ยวกับเรือที่แล่นผ่านการปิดล้อมเหล่านี้ พวกเขาบอกกับ BBC ว่า “ไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมจากคำแถลงของประธาน”
“ทรัมป์” อ้าง สงครามในอิหร่านดำเนินไปอย่างราบรื่น
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวในสุนทรพจน์ที่ลาสเวกัสว่า เขารู้สึกค่อนข้างดีเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน “ผมจะบอกว่าสงครามในอิหร่านดำเนินไปอย่างราบรื่น มันน่าจะจบลงในเร็ว ๆ นี้ เราสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ”
ทรัมป์เสริมว่า สงครามนั้น “สมบูรณ์แบบ” ขณะที่เขายกย่องแสนยานุภาพของกองทัพสหรัฐฯ
เลบานอนอ้างอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
เมื่อเวลาประมาณ 07.15 น. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย เพียง 3 ชั่วโมงกว่า ๆ หลังข้อตกลงหยุดยิง กองทัพเลบานอนระบุว่า มีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างเลบานอนและอิสราเอลแล้วหลายครั้ง
ในโพสต์บนบัญชีทางการของกองทัพเลบานอน ระบุว่าได้บันทึกการโจมตีของอิสราเอลหลายครั้ง รวมถึงการยิงปืนใหญ่เป็นระยะ ๆ ใส่หมู่บ้านของเลบานอน
กองทัพขอให้ผู้พลัดถิ่นใช้ความระมัดระวังในการเดินทางกลับไปยังเมืองทางตอนใต้ และหลีกเลี่ยงพื้นที่อันตราย
อิสราเอลระเบิดสะพานเลบานอนก่อนหยุดยิง
สถานการณ์ในเลบานอนยังเปราะบาง เนื่องจากการปะทะระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังดำเนินต่อเนื่อง
ก่อนประกาศหยุดยิงไม่กี่ชั่วโมง สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอนรายงานว่า กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศสองครั้งซ้อนที่สะพานกัสมิเยห์ ซึ่งข้ามแม่น้ำลิตานี เชื่อมระหว่างเมืองไซดอน กับเมืองไทร์ ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ
โดยสะพานกัสมิเยห์เป็นสะพานแห่งสุดท้ายที่เชื่อมภาคใต้ของเลบานอนกับภูมิภาคส่วนอื่นของประเทศเลบานอน
การที่สะพานแห่งดังกล่าวถูกทำลายส่งผลกระทบต่อประชาชนในการอพยพอย่างปลอดภัย และขัดขวางการทำงานขององค์กรบรรเทาทุกข์ โรงพยาบาล รวมถึงหน่วยงานรัฐ ในการส่งมอบอาหาร ยา และการดูแลทางการแพทย์ให้กับประชาชนในพื้นที่
ขณะที่กองทัพอิสราเอลชี้แจงว่า “ไม่ได้กำหนดเป้าหมาย” ไปที่ตัวสะพานโดยตรง แต่ยอมรับว่าได้ทำการโจมตีใน “บริเวณใกล้เคียง” กับที่ตั้งของสะพานแห่งนี้จริง
ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงจรวด 10 ลูกและโดรนอีก 20 ลำ จากเลบานอนโจมตีภูมิภาคเวสเทิร์น กาลิลี (Western Galilee) ทางภาคเหนือของอิสราเอล แต่จรวดเกือบทั้งหมดถูกยิงสกัดเอาไว้ได้ และ มี 1 ลูกตกในที่โล่งกว้าง ส่วนโดรนทั้ง 2 ลำถูกยิงสกัดเอาไว้ได้เช่นกัน
องค์การพลังงานระหว่างประเทศเตือน ยุโรปเหลือน้ำมันเครื่องบินแค่ 6 สัปดาห์
องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกมาเตือนว่า ยุโรปเหลือน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินเพียง 6 สัปดาห์ก่อนที่จะเกิดปัญหาการขาดแคลนเนื่องจากสงครามอิหร่าน
ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการ IEA กล่าวว่า จะมีการยกเลิกเที่ยวบินในไม่ช้า หากการจัดหาน้ำมันจากตะวันออกกลางไม่ได้รับการฟื้นฟูภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
“ผมบอกคุณได้เลยว่าในไม่ช้าเราจะได้ยินข่าวว่าเที่ยวบินบางส่วนจากเมือง A ไปเมือง B อาจถูกยกเลิกเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินอย่างชัดเจน เนื่องจากสินค้าที่ส่งออกไปก่อนสงครามยังคงทยอยมาถึง และสินค้าล็อตสุดท้ายได้มาถึงยุโรปแล้ว
โดยปกติแล้ว สนามบินและสายการบินจะมีเชื้อเพลิงสำรองประมาณ 6 สัปดาห์ ตามข้อมูลจากผู้คนในอุตสาหกรรมนี้ อย่างไรก็ตาม สงครามอิหร่านยืดเยื้อมานานจนเชื้อเพลิงสำรองในระบบกำลังถูกใช้หมดไป และซัพพลายเออร์รายอื่นก็ไม่มีกำลังการผลิตเพียงพอที่จะทดแทนเชื้อเพลิงที่เข้ามาจากอ่าวเปอร์เซีย
บิโรลกล่าวว่า “ตอนนี้มันคือช่องแคบที่เลวร้าย และมันจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก และยิ่งยืดเยื้อนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะแย่ลงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก”
ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ “ราคาน้ำมันเบนซินสูงขึ้น ราคาก๊าซสูงขึ้น ราคาไฟฟ้าสูงขึ้น” โดยบางส่วนของโลก “จะได้รับผลกระทบหนักกว่าส่วนอื่น ๆ”
สายการบินบางแห่งได้ยกเลิกเที่ยวบินที่อาจทำให้ขาดทุนเนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาไม่มีการป้องกันความเสี่ยงเพื่อประกันความเสี่ยงจากราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เฮกเซธเรียกร้องให้อิหร่าน "เลือกอย่างชาญฉลาด"
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ แถลงสถานการณ์สงครามอิหร่าน เรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านชุดใหม่ตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในช่วงที่ปฏิบัติการสู้รบสงบลง และร่วมมืออย่างจริงใจเพื่อบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ
รัฐมนตรีฯ ยังเตือนผู้นำทางทหารของอิหร่านว่า "เรากำลังจับตาดูพวกคุณอยู่ ความสามารถของเราไม่เท่ากัน กองทัพของเรากับพวกคุณ จำไว้ว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรม เรารู้ว่าพวกคุณเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์อะไรไปที่ไหน"
เฮกเซธยังเตือนผู้นำทางทหารของอิหร่านว่า พวกเขาไม่มีความสามารถในการฟื้นฟูกองกำลังของตนเองอีกต่อไปแล้ว เพราะในปฏิบัติการ Epic Fury กองกำลังของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้ทำลายฐานอุตสาหกรรมทางทหารของอิหร่านไปแล้ว
"พวกคุณกำลังขุดเอาเครื่องยิงและขีปนาวุธที่เหลืออยู่ขึ้นมา โดยไม่มีความสามารถที่จะทดแทนได้ คุณไม่มีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไม่มีศักยภาพในการเติมเต็มขีดความสามารถในการรุกหรือรับ คุณอาจเคลื่อนย้ายสิ่งต่าง ๆ ได้ แต่คุณไม่สามารถสร้างใหม่ได้” เฮกเซธกล่าว
เกี่ยวกับการปิดล้อมเรือที่เข้าและออกจากท่าเรืออิหร่าน รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวกับอิหร่านว่า สิ่งที่ถูกต้องที่ควรทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการทางทหารอย่างต่อเนื่องและเพื่อยกเลิกการปิดล้อม คือการเจรจากับผู้เจรจาของสหรัฐฯ
“ดังที่ผู้เจรจาของเราได้กล่าวไว้ อิหร่านสามารถเลือกอนาคตที่เจริญรุ่งเรือง สะพานทองคำ และเราหวังว่าคุณจะเลือกเช่นนั้น เพื่อประชาชนชาวอิหร่าน ในระหว่างนี้ และตราบเท่าที่จำเป็น เราจะรักษาการปิดล้อมที่ประสบความสำเร็จนี้ไว้” เฮกเซธกล่าว
เฮกเซธกล่าวว่า การที่อิหร่านเลือกสิ่งที่ถูกต้อง หมายถึงยุคทอง การเลือกที่ผิดหมายถึงระเบิดมากขึ้นและการปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง และไม่ว่าในกรณีใด เขากล่าวว่า อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ “กระทรวงกลาโหมจะรับประกันว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ เราเลือกที่จะทำอย่างราบรื่น ผ่านการเจรจาที่นำโดยรองประธานาธิบดีและทีมเจรจาที่ยอดเยี่ยมของเรา หรือเราอาจจะทำอย่างยากลำบากก็ได้ เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่เลือกอย่างชาญฉลาด"
สหรัฐฯ ขู่ยึดเรือฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พลอากาศเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ แถลงชี้แจงปฏิบัติการทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเริ่มเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ไม่ใช่การปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าว แต่เป็น “การปิดล้อมท่าเรือและชายฝั่งของอิหร่าน” โดยการบังคับใช้มาตรการจะเกิดขึ้น ทั้งภายในน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่านและในน่านน้ำสากล
เคนยืนยันว่า มาตรการปิดล้อมนี้บังคับใช้กับเรือทุกลำทุกสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรือที่มุ่งหน้าเข้าสู่หรือเดินทางออกจากท่าเรือของอิหร่าน พร้อมทั้งเตือนเรือเหล่านี้ว่าอย่าพยายามละเมิดมาตรการปิดล้อม เพราะจะถูกขึ้นตรวจค้นเพื่อสกัดกั้นและยึดเรือ
โดยจนถึงเวลานี้ เคนยืนยันว่า มีเรืออย่างน้อย 13 ลำที่หันหัวกลับ และกองทัพสหรัฐ “ยังไม่มีความจำเป็น” ต้องใช้กำลังขึ้นตรวจค้นเรือลำใดเป็นพิเศษ ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มมาตรการปิดล้อม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มี “เรือเป้าหมายที่น่าสนใจ” อย่างน้อย 7 ลำ ซึ่งกองทัพสหรัฐกำลัง “จับตามองเป็นพิเศษ”
ขณะที่ พีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่ามาตรการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซจะเดินหน้าต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น แต่เตือนว่าหากอิหร่านเลือกทางที่ผิด จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานสำคัญของประเทศทั้ง ระบบไฟฟ้า และแหล่งพลังงาน
“โป๊ปเลโอ” วิจารณ์ผู้นำที่ใช้เงินทำสงคราม ชี้โลกกำลังถูกทำลายล้างโดยทรราช
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก เสด็จเยือนแคเมอรูน แต่มีช่วงหนึ่งที่ทรงวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำที่ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับสงคราม และตรัสว่า “โลกกำลังถูกทำลายล้างโดยทรราชเพียงไม่กี่คน”
พระองค์ยังทรงประณามผู้ที่พระองค์ตรัสว่าได้บิดเบือน “พระนามของพระเจ้า” เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่แคเมอรูน พระสันตะปาปาทรงวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำที่ “เมินเฉยต่อความจริงที่ว่าเงินหลายพันล้านดอลลาร์ถูกใช้ไปกับการฆ่าฟันและการทำลายล้าง แต่ทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการรักษา การศึกษา และการฟื้นฟูนั้นกลับหาไม่พบ”
ทรงตรัสเสริมว่า “ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าการทำลายล้างใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา แต่บ่อยครั้งที่ช่วงชีวิตทั้งชีวิตก็ไม่เพียงพอที่จะสร้างใหม่”
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้โจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาอย่างรุนแรงผ่านโซเชียลมีเดีย โดยบรรยายถึงประมุขคริสตจักรคาทอลิกว่า “อ่อนแอในเรื่องอาชญากรรมและแย่มากในเรื่องนโยบายต่างประเทศ” พร้อมทั้งพรรณนาตนเองว่าเป็นบุคคลที่คล้ายพระเยซู
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า เป็นสิ่งสำคัญที่สมเด็จพระสันตะปาปาต้องเข้าใจว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอิหร่านได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
“สมเด็จพระสันตะปาปาสามารถพูดอะไรก็ได้ที่พระองค์ต้องการ และผมก็อยากให้พระองค์พูดอะไรก็ได้ แต่ผมสามารถไม่เห็นด้วยได้” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าว
เรียบเรียงจาก Al Jazeera / Associated Press / BBC / CNN / The Guardian