WorldBank2026 WorldBank2026

กต.เผยอิหร่านยังเสี่ยงสูง เร่งพาคนไทยกลับประเทศชุดแรก 7 มี.ค.นี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“รองโฆษก กต.” เผยอิหร่านยังเสี่ยงสูง เหตุยังมีการโจมตีต่อเนื่อง เร่งพาคนไทยกลับประเทศชุดแรก 7 มี.ค.นี้ ชุดสอง 10 มี.ค. พร้อมกางแผนช่วยคนไทยในประเทศอื่นอีก 6 ประเทศ

วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 19.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดย 3 กระทรวงสำคัญ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ , กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวอัพเดตสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางประจำวัน ซึ่งเป็นการแถลงประจำวันครั้งแรก

โดยนายปณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศว่า ขณะนี้ยังมีการรายงานการโจมตีอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์แถลงข่าวร่วม ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง
ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง

โดยอิสราเอลยังคงโจมตีอิหร่านในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเบรุตและสถานที่ทางภาคใต้ของเลบานอน ทำให้มีผู้พลัดถิ่นกว่า 58,000 คน มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก บาดเจ็บหลายร้อยคน รัฐบาลเลบานอนได้ประกาศให้พลเรือนอพยพทันที ขณะเดียวกันอิหร่านก็ยังโจมตีอิสราเอล แต่อิสราเอลยังสามารถสกัดขีปนาวุธได้ รวมไปถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์ โดยมุ่งเป้าฐานทัพของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก โดยปัจจุบันยังไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีการรายงานเกี่ยวกับการโจมตีในประเทศอื่น

นายปณิดล กล่าวต่อว่า ในส่วนของอาเซียนนั้น รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สรุปได้ว่าอาเซียนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่ผลกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือน รวมทั้งสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก โดยเรียกร้องให้ทุกประเทศยุติความเป็นปรปักษ์ ใช้ความยับยั้งชั่งใจ แก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ อาทิกฎหมายสหประชาชาติ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำคำมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือของสมาชิกอาเซียน

ในส่วนของไทย ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ดี ในภาพรวมสถานการณ์ยังคงมีความอ่อนไหว กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารใกล้ชิด ปฏิบัติตามประกาศและคำเตือนของประเทศนั้นๆ โดยเคร่งครัด ท่านสามารถติดต่อสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ได้ตลอดเวลา

ส่วนการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ตนขอย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ละประเทศมีสถานการณ์ความจำเป็นเร่งด่วนที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความปลอดภัยและขีดความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของรัฐบาลแต่ละประเทศ พร้อมย้ำว่ากระทรวงต่างประเทศให้ความสำคัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้อพยพคนไทยในอิหร่านแล้ว ส่วนประเทศอื่นที่มีความเสี่ยงในระดับรองลงมา สถานทูตและสถานกงสุลใหญ่มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ชาวไทยในการเดินทางออกนอกประเทศ โดยมีรายละเอียดแต่ละประเทศดังนี้

รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง
นายปณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ

1. อิหร่าน สถานทูต ณ กรุงเตหะราน รายงานว่าจะมีการนำชาวไทยออกจากพื้นที่ 2 รอบ รอบแรกในวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งจะต้องลงทะเบียนภายในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.69) และรอบที่สองวันที่ 10 มี.ค. ซึ่งจะปิดลงทะเบียนวันที่ 8 มี.ค.  สถานทูตจึงขอเรียกร้องให้คนในพื้นที่ลงทะเบียนกลับโดยทันที เพื่อรักษาความปลอดภัยของชีวิต โดยคำนึงถึงสถานการณ์ที่ยังคงอ่อนไหว ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนทั้ง 2 รอบรวมกัน 138 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและแรงงาน หากท่านใดอยากลงทะเบียนเพิ่มเติมขอให้ติดต่อสถานทูตโดยเร็วที่สุด และสถานทูตจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านเอกสารและทำหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้

2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เมืองอะบูดาบี สถานทูตของเราได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยที่ตกค้างในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งหมด 63 คน โดยในจำนวนนี้ได้เดินทางออกมา ถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้านี้ ขณะนี้ยังตกค้างอยู่ 1 คน แต่ประสงค์ไปยังพื้นที่อื่น ส่วนของดูไบก็เช่นเดียวกัน ได้อำนวยความสะดวกให้นักเรียน ครูและผู้ปกครอง จำนวน 30 คน เดินผ่านเดินทางผ่านประเทศไทยโดยสายการบินเอมิเรตส์ถึงประเทศไทยแล้วเย็นวันนี้

3. บาห์เรน สถานทูตได้แจ้งว่าเตรียมความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้กับคนไทย ซึ่งจะต้องเดินทางผ่านประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยได้อำนวยความสะดวกให้คนไทยกลุ่มแรกจำนวน 9 คน เดินทางเข้าไปในซาอุดิอาระเบียเรียบร้อยแล้ว เพื่อจะเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

4. กาตาร์ โดยน่านฟ้ายังคงปิดอยู่ ทำให้สายการบินไม่สามารถให้เดินทางได้ ซึ่งบางพื้นที่ยังมีการโจมตีอยู่ ปัจจุบันทางสถานทูตติดต่อคนไทยทั้งหมดแล้ว 43 คนจาก 46 คน ได้มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลคนไทยทั้งหมดแล้ว ส่วนใหญ่ขวัญกำลังใจยังดีอยู่ซึ่งทางสถานทูตจะเร่งประสานงานเพื่อจัดจัดหาเที่ยวบินให้คนไทยที่ประสงค์จะเดินทางออก

5. จอร์แดน มียอดตกค้าง 13 คน ได้เดินทางออกแล้ว 2 คน ส่วนที่เหลือ อีก 11 คน และนักท่องเที่ยวคนไทยที่ข้ามแดนมาจากอิสราเอล 1 คน จะเดินทางกลับในวันที่ 7 มี.ค.

6. อิรัก มียอดจำนวน 2 คน เดินทางผ่านตุรกีแล้ว แต่ยังเหลือ 20 คน ยังอยู่ที่กรุงแบกแดดและการ์บาลา ซึ่งกลุ่มที่เหลือนี้แจ้งว่าจะอยู่ในพื้นที่ก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ เผื่อการเปิดน่านฟ้า โดยหากยังไม่เปิด อาจจะเดินทางผ่านทางบกต่อไปยังตุรกี

7. โอมานและเยเมน ทางสถานทูตให้ความช่วยเหลือบางส่วนแล้ว

นายปณิดล ย้ำว่า ช่วงนี้สถานการณ์ความอ่อนไหว อาจจะมีการรายงานข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อย่างล่าสุดในกรณีที่ประเทศไทยได้ลงนามในสนธิสัญญากับความร่วมมืออินโดแปซิฟิก ซึ่งมีเงื่อนไขอนุญาตให้สหรัฐฯใช้ไทยเป็นฐานทัพได้นั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจงดังนี้ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอนและขัดกับนโยบายของไทยอย่างชัดเจน

“ประเทศไทยมีนโยบายที่ชัดเจนว่าอยากให้สถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆคลี่คลายโดยเร็ว เพราะเราเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของประชาชน จึงขอให้ประชาชนทุกท่านตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนการเผยแพร่ต่อไปด้วย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับนโยบายและจุดยืนของประเทศไทย” นายปณิดล กล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ