ฟิลิปปินส์กำลังมองหาวิธีการประหยัดพลังงานเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น โดยเจ้าหน้าที่รัฐได้รับคำสั่งให้ลดการใช้เครื่องปรับอากาศและลดการเดินทาง
หน่วยงานราชการทุกแห่ง มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยของรัฐ และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับคำสั่งให้ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลงอย่างน้อย 10% เพื่อรับมือกับวิกฤตในตะวันออกกลาง
หน่วยงานราชการได้รับคำสั่งให้ปรับใช้รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (ไฮบริด) และตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศห้ามต่ำกว่า 24 องศาเซลเซียส
โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวว่า อาจพิจารณาการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากวิกฤตในตะวันออกกลางเลวร้ายลง
ก่อนหน้านี้ สมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งได้เสนอให้เปลี่ยนไปทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน หรือขยายการทำงานจากที่บ้านเพื่อลดความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการหารือในระดับคณะรัฐมนตรี
ฟิลิปปินส์พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมด จึงมีความเปราะบางเป็นพิเศษต่อการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก มีความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อภาวะเงินเฟ้อในประเทศ ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือนที่ 2.4% ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เฟอร์ดินันด์ มาร์กอส กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาการอุดหนุนเชื้อเพลิงสำหรับภาคการขนส่ง เกษตรกร และชาวประมง
มาร์กอสกล่าวว่า “เราได้สั่งการให้หน่วยงานราชการทุกแห่งหาแนวทางประหยัดพลังงาน” เขายังเรียกร้องให้ประชาชนนำแนวทางการประหยัดพลังงานมาใช้ เช่น การใช้รถร่วมกัน การลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และการใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากที่สุด
กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ได้เรียกร้องให้พิจารณาแนวคิดนี้อย่างรอบคอบ โดยหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งฟิลิปปินส์เตือนว่าภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ภาคการผลิต อาจไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบดังกล่าวได้ และภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องรักษาประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันไว้
ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็กำลังใช้มาตรการประหยัดพลังงานเช่นกัน ในประเทศไทย กระทรวงกลาโหมได้แนะนำหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลให้ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ และใช้การประชุมทางวิดีโอเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ผู้บริหารควรพิจารณาอนุญาตให้บุคลากรทำงานจากที่บ้าน ขึ้นอยู่กับหน้าที่ของแต่ละคนด้วย
ส่วนประเทศเมียนมา รัฐบาลทหารได้สั่งห้ามรถยนต์ส่วนตัวครึ่งหนึ่งวิ่งบนท้องถนน โดยประกาศว่าตั้งแต่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รถยนต์ที่มีป้ายทะเบียนเลขคู่จะได้รับอนุญาตให้วิ่งได้เฉพาะวันเลขคู่ และรถยนต์ที่มีป้ายทะเบียนเลขคี่จะได้รับอนุญาตให้วิ่งได้เฉพาะวันเลขคี่
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าเกิดคิวยาวที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศไทย ลาว และเมียนมา
ดีปาลี ภาร์กาวา หัวหน้าฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของธนาคารอิง เขียนไว้ในบทวิเคราะห์ว่า เอเชียมีความเปราะบางต่อภาวะราคาน้ำมันผันผวนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้องพึ่งพาพลังงานนำเข้า
“นอกเหนือจากมาเลเซียและออสเตรเลียแล้ว เศรษฐกิจหลักทุกประเทศต่างขาดดุลการค้าด้านน้ำมันและก๊าซอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขามีความเสี่ยงเมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น” ภาร์กาวา กล่าว
ฟิลิปปินส์มีความเสี่ยงต่อภาวะเงินเฟ้อสูงกว่า ไม่เพียงเพราะต้องพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียถึง 90% เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะการอุดหนุนเชื้อเพลิงของฟิลิปปินส์มีจำกัดมากกว่าในประเทศอื่น ๆ
เรียบเรียงจาก The Guardian