ผลสอบสวนเผย สหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนประถมอิหร่านเพราะ “ข้อมูลล้าสมัย”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผลการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนอิหร่าน พบสหรัฐฯ โจมตีพลาดเนื่องจาก “ข้อมูลล้าสมัย”

ผลการสอบสวนเบื้องต้นของกองทัพสหรัฐฯ เกี่ยวกับกรณีการโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบของอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้เด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 168 ราย และครู 14 ราย พบว่า สาเหตุน่าจะมาจากการใช้ข้อมูลที่ล้าสมัยเกี่ยวกับฐานทัพเรือที่อยู่ใกล้เคียง

การโจมตีโรงเรียนชาจาเรห์ ตัยยิบา ในเมืองมินาบ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. เกิดขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ กำลังโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่อยู่ใกล้เคียง

ผลสอบสวนเผย สหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนประถมอิหร่านเพราะ “ข้อมูลล้าสมัย” Reuters/Planet Labs PBC/Handout
ภาพถ่ายดาวเทียม พื้นที่ใกล้โรงเรียนประถมหญิงล้วนอิหร่านที่ถูกโจมตี

แหล่งข่าวที่ได้รับทราบผลการสอบสวนเบื้องต้นบอกว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) สร้างพิกัดเป้าหมายสำหรับการโจมตีโดยใช้ข้อมูลที่ล้าสมัยจากหน่วยข่าวกรองกลาโหม ซึ่งเป็นสาเหตุของความผิดพลาด

โฆษกหน่วยข่าวกรองกลาโหมกล่าวต่อคำขอให้แสดงความคิดเห็นว่า “เหตุการณ์นี้อยู่ระหว่างการสอบสวน เราขอให้กระทรวงกลาโหมเป็นผู้ให้ความเห็นเพิ่มเติม”

แต่โฆษกของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการสอบสวนเบื้องต้น โดยอ้างว่าการสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

ภาพถ่ายดาวเทียมจากปี 2013 แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนและฐานทัพ IRGC เคยเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เดียวกัน แต่ภาพจากปี 2016 เผยให้เห็นว่ามีการสร้างรั้วกั้นแยกโรงเรียนออกจากส่วนที่เหลือของฐานทัพ และมีการสร้างทางเข้าแยกต่างหากสำหรับโรงเรียน ในเดือน ธ.ค. 2025 ภาพแสดงให้เห็นผู้คนหลายสิบคนกำลังเล่นอยู่ในลานโรงเรียน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้สอบสวนทางทหารเชื่อว่าสหรัฐฯ น่าจะเป็นผู้ลงมือโจมตี และหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สรายงานเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า สาเหตุเป็นเพราะข้อมูลที่ล้าสมัย

แหล่งข่าวหลายคนบอกว่า การสอบสวนเบื้องต้นสอดคล้องกับสิ่งที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหลักฐานใหม่ปรากฏสู่สาธารณะในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นั่นคือ “กองทัพสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการโจมตีโรงเรียน”

วิดีโอที่สามารถระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ซึ่งถ่ายจากสถานที่ก่อสร้างใกล้เคียงและเผยแพร่โดย Mehr News สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน แสดงให้เห็นว่า อาวุธที่โจมตีพื้นที่ใกล้โรงเรียนประถมดังกล่าว คล้ายกับขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดิน “โทมาฮอว์ก” (Tomahawk) หรือ TLAM รุ่น BGM หรือ UGM-109 ของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน เศษซากขีปนาวุธที่เจ้าหน้าที่อิหร่านอ้างว่าเก็บกู้ได้จากการโจมตีที่โรงเรียนนั้น ดูเหมือนจะเป็นเศษซากจากขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน IRIB ได้แชร์ภาพถ่ายเศษซาก 4 ภาพบนเทเลแกรม พร้อมคำบรรยายที่อ้างว่าเป็นเศษซากจากการโจมตี โดยไม่สามารถยืนยันได้ว่าเศษซากที่ปรากฏบนโต๊ะหน้าอาคารเรียนที่พังทลายนั้น มาจากการโจมตีโรงเรียนหรือที่อื่น

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของสื่อและการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญ พบว่าวัตถุเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กที่ผลิตโดยสหรัฐฯ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จัดประเภทขีปนาวุธเหล่านี้เป็นอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง อาคารหลายแห่งในฐานทัพดูเหมือนจะถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธความแม่นยำสูง

ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอแนะที่ว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการโจมตีในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 มี.ค. โดยอ้างว่าอิหร่านก็มีขีปนาวุธโทมาฮอว์กเช่นกัน

ขีปนาวุธร่อนเหล่านี้ผลิตโดยบริษัทเรย์ธีออน ผู้รับเหมาด้านกลาโหมของสหรัฐฯ และมีเพียงกลุ่มพันธมิตรของสหรัฐฯ จำนวนน้อยที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อเท่านั้น แม้แต่อิสราเอล ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ ก็ไม่มีขีปนาวุธเหล่านี้ และผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธหลายคนยืนยันว่าอิหร่านก็ไม่มีเช่นกัน

 

เรียบเรียงจาก CNN

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ