เว็บไซต์ Mint Markets รายงานข่าวอ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าว CNN ซึ่งหนังสือพิมพ์ The Times of India เผยแพร่ว่า ทางการอิหร่านอยู่ระหว่างพิจารณาจะเปิดไฟเขียวให้เฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันนานาชาติภายใต้สัญญาค้าน้ำมันที่อิงสกุลเงินหยวนของจีนเท่านั้นแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
รายงานชี้ว่า ระบบ “ปิโตรดอลลาร์” ถือเป็นกระดูกสันหลัง หรือแหล่งรายได้หลักของระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เกื้อหนุนอิทธิพลสหรัฐฯ ในเวทีโลกเกือบตลอดช่วงปลายคริสตวรรษที่ 20 เนื่องจากเกือบร้อยละ 80 ของการค้าน้ำมันในตลาดโลกอิงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยล่าสุดด อิหร่านผุดแผนชูระบบ “ปิโตรหยวน” หลังจากถูกฝ่ายทหารสหรัฐฯ เริ่มขยายศึกเข้าถล่มโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุปทานน้ำมันเพื่อการส่งออกของอิหร่าน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายนักวิเคราะห์-ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ภาคีร่วมกลุ่ม BRICS กับอิหร่านต่างส่งสัญญาณสนับสนุนอิหร่านชูระบบ “ปิโตรหยวน” ท้าทายระบบ “ปิโตรดอลลาร์” แล้ว
ทั้งนี้ กลุ่ม BRICS ซึ่งภาคีร่วมก่อตั้งเมื่อปี 2552 ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ต่อมาเมื่อปี 2567-2568 ขยายภาคีถาวรครอบคลุมถึงอิหร่าน อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE อินโดนีเซีย และเอธิโอเปีย
ฝ่ายนักวิเคราะห์-ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ทางการอิหร่านก็เชื่อมั่นว่า แผนชูระบบ “ปิโตรหยวน” แทนระบบ “ปิโตรดอลลาร์” จะได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรร่วมภาคีกลุ่ม BRICS โดยเฉพาะจีน รัสเซีย และบราซิล อีกทั้งจะเกื้อหนุนอิทธิพลของจีนซึ่งเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกคู่แข่งกับสหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งขึ้น
ฝ่ายนักวิเคราะห์ ประเมินว่า ถึงแม้อิหร่านจะบรรลุผลในการชูระบบ “ปิโตรหยวน” ขึ้นท้าทายและถ่วงดุลกับระบบ “ปิโตรดอลลาร์” แต่จะก่อให้เกิดความผันผวนต่อตลาดโลก ทั้งตลาดเงิน-ตลาดทุน และตลาดโลหะมีค่า อาทิ ทองคำ และโลหะเงิน เนื่องจากระบบ “ปิโตรดอลลาร์” หยั่งรากลึกมานานหลายสิบปี
โดยผลกระทบในระยะสั้น ก็คือ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะอ่อนตัวลงอย่างมากจากอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของสกุลเงินหยวน ส่งผลต่อเนื่องให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ยิ่งสูงขึ้นอีก จากที่ปรับเพิ่มขึ้นแล้วจากราคาน้ำมันที่พุ่งทะยานในตลาดโลกขณะนี้เนื่องจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน
ส่วนผลกระทบต่อเนื่อง คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED จะต้องประกาศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน หรืออัตราดอกเบี้ยนโยบาย แทนการประกาศลดดอกเบี้ยตามการส่งสัญญาณกดดันมาตลอดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ราคาทองคำ และโลหะเงินปรับสูงขึ้นอีก
นักวิเคราะห์ ชี้ว่า ถึงแม้อิหร่านจะมีกองเชียร์ในการชูระบบ “ปิโตรหยวน” ขึ้นเป็นดาวเด่น ถ่วงดุลกับระบบ “ปิโตรดอลลาร์” แต่การปรับเปลี่ยนแบบแผนการค้าโลกที่อิงสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ มายาวนาน และหยั่งรากลึกจำต้องอาศัยเวลาให้ตลาด นักลงทุน และผู้บริโภคปรับตัว และเห็นพ้อง
การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ดังกล่าวยังสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการต่อต้านจากสหรัฐฯ ซึ่งทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดโลก และประชาคมโลกมาเป็นเวลานาน และยังสุ่มเสี่ยงเป็นชนวนเหตุของปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกที่รุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบเชื่อมโยงต่อเนื่องในวงกว้าง