จากกรณีเมื่อคืนวันที่ 18 มี.ค. อิสราเอลได้ทิ้งระเบิดใส่โครงสร้างทางพลังงานของอิหร่านบริเวณแหล่งก๊าซธรรมชาติ “เซาท์พาร์ส” (South Pars) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่านและโลก ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านอย่างมีนัยสำคัญ
ประเทศในอ่าวเปอร์เซียได้ประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็น “การยกระดับความขัดแย้งที่อันตราย” และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กล่าวว่า เป็นการคุกคามความมั่นคงด้านพลังงานของโลก
แม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็มีรายงานว่าไม่เห็นด้วยกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเพิ่มเติม
อิหร่านได้เริ่มตอบโต้แล้ว โดยได้โจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานที่สำคัญหลายแห่งทั่วอ่าวเปอร์เซีย
ชวนดูรายละเอียดเกี่ยวกับเซาท์พาร์ส และเหตุใดหลายประเทศจึงออกมาเตือนเกี่ยวกับการโจมตีแหล่งก๊าซแห่งนี้
เซาท์พาร์สคืออะไร?
เซาท์พาร์สเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แหล่งก๊าซธรรมชาติขนาด 9,700 ตารางกิโลเมตรที่อิหร่านและกาตาร์ใช้ร่วมกัน ส่วนของอิหร่านคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของแหล่งก๊าซทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นของกาตาร์เรียกว่า “นอร์ทโดม” (North Dome) หรือ “นอร์ทฟิลด์” (North Field)
แหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้ทะเลอ่าวเปอร์เซีย มีการประมาณการปริมาณก๊าซธรรมชาติในแหล่งนี้ไว้ตั้งแต่ 14 ถึง 51 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร
ราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นทันทีหลังจากข่าวการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่านและการตอบโต้ของอิหร่าน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแหล่งก๊าซแห่งนี้
อิหร่านเป็นประเทศผู้บริโภคก๊าซธรรมชาติรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)
เซาท์พาร์สเป็นรากฐานของแหล่งพลังงานของอิหร่าน โดยประมาณ 80% ของพลังงานไฟฟ้าของประเทศผลิตจากก๊าซธรรมชาติ และก๊าซเหล่านั้นส่วนใหญ่มาจากเซาท์พาร์ส
การโจมตีเซาท์พาร์สกระทบประเทศอื่นอย่างไร?
ผลกระทบใด ๆ ต่อความสามารถของอิหร่านในการผลิตก๊าซจากเซาท์พาร์ส จะขัดขวางการจัดหาพลังงานของอิหร่าน แต่ผลกระทบในวงกว้างจากการโจมตีของอิสราเอลเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว
แม้ว่าอิหร่านจะใช้ก๊าซส่วนใหญ่ที่ได้จากเซาท์พาร์ส แต่แหล่งก๊าซแห่งนี้ก็มีความสำคัญต่อประเทศอื่น ๆ เช่น อิรัก ซึ่งพึ่งพาการส่งออกก๊าซจากอิหร่านเพื่อจัดหาพลังงานและไฟฟ้ามากถึง 40% ของความต้องการทั้งหมดของอิรัก
การไหลของก๊าซหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันหลังจากการโจมตีเซาท์พาร์ส ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่อิรัก เนื่องจากอิหร่านได้เปลี่ยนเส้นทางก๊าซไปใช้ภายในประเทศ
และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศอื่น ๆ รอบอ่าวเปอร์เซียก็อยู่ในขอบเขตการโจมตีของอิหร่านแล้ว
โรงงานน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ถูกมองว่าเป็น “เป้าหมายโดยตรงและชอบธรรม” สำหรับการตอบโต้ของอิหร่าน
กาตาร์ได้รายงานความเสียหายอย่างกว้างขวางจากการโจมตีของอิหร่านต่อศูนย์กลางพลังงาน ราส ลาฟฟาน (Ras Laffan) แล้ว
ซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า ได้สกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงไปยังกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ และความพยายามโจมตีโรงงานก๊าซด้วยโดรน แต่ภาพจากกรุงริยาดแสดงให้เห็นว่าการโจมตีบางส่วนยังคงเล็ดลอดเข้ามาได้
เรียบเรียงจาก ABC News