ฟิลิปปินส์กำลังเร่งขอผ่อนผันจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อให้สามารถนำเข้าน้ำมันจากประเทศที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ได้ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ทวีความรุนแรงจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
โฮเซ มานูเอล โรมวาลเดซ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลมะนิลากำลังเจรจากับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อขอยกเว้นข้อจำกัดด้านการคว่ำบาตร เพื่อเปิดทางให้ฟิลิปปินส์สามารถจัดหาน้ำมันจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตร ซึ่งอาจรวมถึงอิหร่านและเวเนซุเอลา
การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรับประกันความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติ หลังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก อันเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 20 มีนาคม ระบุว่า ฟิลิปปินส์มีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 45 วันเท่านั้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังเร่งจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาร์เรล เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองและรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของฟิลิปปินส์ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง ซึ่งทำให้ต้องเผชิญแรงกดดันโดยตรงจากความไม่แน่นอนของอุปทานพลังงานในตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของการผลิตและการขนส่งน้ำมัน
เมื่อถูกถามว่า สหรัฐฯ ตอบสนองต่อคำขอดังกล่าวอย่างไร โรมวาลเดซ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
ที่มา: The Guardian