วันที่ 30 มี.ค. มีการประชุมรัฐสภาเมียนมา ซึ่งมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เพราะมีการเสนอชื่อ “พลเอก มิน อ่อง หล่าย” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
มิน อ่อง หล่าย จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอย่างแน่นอน เนื่องจากเขาได้รับการเสนอชื่อในรัฐสภาพร้อมกับผู้ภักดีอีก 2 คนซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะได้เป็นประธานาธิบดี
เขาถูกคว่ำบาตรจากหลายประเทศตะวันตกเนื่องจากการรัฐประหารเมื่อปี 2021 ซึ่งทำให้เกิดสงครามกลางเมืองตามมา จนมีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและผู้พลัดถิ่นหลายล้านคน
การเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือน ธ.ค. ถึง ม.ค. ถูกคณะรัฐบาลทหารยกย่องว่าเป็นหนทางสู่สันติภาพ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองจากทั่วโลกว่าเป็นเพียงการแสดง เนื่องจากพรรคการเมืองยอดนิยมหลายพรรคถูกห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศไม่สามารถเลือกตั้งได้เนื่องจากสงครามกลางเมือง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ของรัฐสภาเมียนมาประมาณ 90% เป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อ มิน อ่อง หล่าย
มิน อ่อง หล่าย จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในสัปดาห์นี้ในการอภิปรายเลือกประธานาธิบดีตามระเบียบ แม้จะแน่นอนอยู่แล้วว่าเขาจะได้รับตำแหน่งดังกล่าว
เป็นที่รู้กันว่า มิน อ่อง หล่าย ต้องการตำแหน่งประธานาธิบดีมานานแล้ว แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยน รัฐธรรมนูญระบุว่า มิน อ่อง หล่าย ต้องสละตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพหากเขาได้เป็นประธานาธิบดี
เขาได้เลือก พลเอก เย วิน อู ผู้ภักดีอย่างเหนียวแน่นมาดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ซึ่งพลเอก เย วิน อู มีชื่อเสียงในด้านการใช้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่าง
แต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ว่า เมื่อ มิน อ่อง หล่าย ไม่สามารถควบคุมกองทัพได้อีกต่อไป เขาอาจสูญเสียอำนาจบางส่วนไป
เขายังได้จัดตั้งสภาที่ปรึกษาใหม่ซึ่งเขาจะเป็นประธาน ซึ่งอาจทำให้เขามีอำนาจเหนือทั้งกิจการทหารและพลเรือนต่อไป
สิ่งที่ไม่ต้องสงสัยเลยก็คือ รัฐบาลใหม่นี้จะเป็นเพียงคณะรัฐบาลทหารชุดปัจจุบันที่ขยายใหญ่ขึ้น และอยู่ในคราบพลเรือนเท่านั้น
เรียบเรียงจาก BBC