สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้แจ้งพันธมิตรในยุโรปว่า การส่งมอบอาวุธบางรายการที่ได้ทำสัญญาไว้ก่อนหน้านี้มีแนวโน้มล่าช้า เนื่องจากสงครามกับอิหร่าน ส่งผลให้คลังอาวุธของสหรัฐฯ ตึงตัว โดยแหล่งข่าวระบุว่า ประเทศในยุโรปหลายแห่งได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในภูมิภาคบอลติกและสแกนดิเนเวีย ซึ่งได้จัดซื้ออาวุธผ่านโครงการ Foreign Military Sales (FMS) แต่ยังไม่ได้รับมอบ
การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นผ่านการสื่อสารทวิภาคีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยการส่งมอบอาวุธที่ล่าช้าครอบคลุมทั้งกระสุนและยุทโธปกรณ์ที่ใช้ได้ทั้งเชิงรุกและรับ
สถานการณ์นี้สะท้อนแรงกดดันต่อทรัพยากรทางทหารของสหรัฐฯ หลังจากต้องสนับสนุนยุทโธปกรณ์ในหลายสมรภูมิ ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครนตั้งแต่ปี 2022 และปฏิบัติการในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลูกไปยังกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสกัดด้วยระบบป้องกัน เช่น ขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot PAC-3
ด้านเจ้าหน้าที่ยุโรปแสดงความกังวลว่า ความล่าช้าดังกล่าวทำให้ประเทศของตนอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะประเทศที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย ซึ่งต้องพึ่งพาการเสริมกำลังทางทหารต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ได้ผลักดันให้พันธมิตรในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) เพิ่มการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ มากขึ้น ภายใต้นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ยุโรปรับผิดชอบด้านความมั่นคงของตนเองมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบอาวุธที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บางประเทศเริ่มหันไปพิจารณาจัดซื้อระบบอาวุธที่ผลิตในยุโรปแทน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังระบุว่า อาวุธบางส่วนจำเป็นต้องถูกนำไปใช้ในตะวันออกกลาง และยังวิจารณ์ชาติพันธมิตรในยุโรปที่ไม่ได้มีบทบาทในการช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ที่มา: Reuters