เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ปีเตอร์ มาจาร์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีฮังการี ซึ่งเพิ่งชนะเลือกตั้งถล่มทลายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประกาศว่า ประเทศของเขาจะควบคุมตัว เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล หากเขาเข้ามาในดินแดนฮังการี ตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)
ICC ออกหมายจับเนทันยาฮูในเดือน พ.ย. 2024 ในข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งโดยหลักการแล้ว ประเทศสมาชิก ICC มีหน้าที่ต้องควบคุมตัวบุคคลที่อยู่ภายใต้หมายจับดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ฮังการีปฏิเสธที่จะจับกุมผู้นำอิสราเอลเมื่อเขาเยือนบูดาเปสต์ในเดือน เม.ย. 2025 เนื่องจาก วิกเตอร์ ออร์บาน พันธมิตรของเนทันยาฮู ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่
ทั้งนี้ ออร์บานได้พยายามถอนฮังการีออกจากการเป็นสมาชิก ICC ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา 1 ปีจึงจะมีผลบังคับใช้ภายใต้กฎหมายของศาล และรับประกันความคุ้มครองทางกฎหมายแก่เนทันยาฮู
อย่างไรก็ตาม มาจาร์ประกาศว่า จะระงับการถอนตัวจาก ICC ให้ทันภายในวันที่ 2 มิ.ย. ซึ่งจะเป็นเวลา 1 ปีหลังจากที่ฮังการีได้ยื่นหนังสือแจ้งการถอนตัวอย่างเป็นทางการต่อเลขาธิการสหประชาชาติ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะส่งผลอย่างไรต่อแผนการเยือนฮังการีของเนทันยาฮูในปลายปี 2026 นี้ มาจาร์กล่าวว่า “ผมได้ชี้แจงเรื่องนี้กับนายกรัฐมนตรีอิสราเอลแล้วเช่นกัน รัฐบาลเราตั้งใจแน่วแน่ที่จะหยุดยั้งเรื่องนี้และรับรองว่าฮังการีจะยังคงเป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศต่อไป”
เขากล่าวเสริมว่า “หากประเทศใดเป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศ และบุคคลที่ศาลอาญาระหว่างประเทศต้องการตัวเข้ามาในดินแดนของเรา บุคคลนั้นจะต้องถูกจับกุม”
อย่างไรก็ตาม บางประเทศโต้แย้งว่า พวกเขาสามารถคงสถานะสมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศได้โดยไม่ต้องบังคับใช้หมายจับดังกล่าว
ฝรั่งเศสโต้แย้งว่าการจับกุมเนทันยาฮูจะขัดกับข้อตกลงอื่น ๆ ที่ฝรั่งเศสมีกับอิสราเอล มาตรา 98 ของธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศสนับสนุนเหตุผลของฝรั่งเศส โดยระบุว่า ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถ “กระทำการที่ไม่สอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับเอกสิทธิ์ทางการทูตของบุคคล”
เมื่อเดือน เม.ย. 2025 โอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนีในขณะนั้น กล่าวว่า เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่าประเทศของเขาจะจับกุมเนทันยาฮู ขณะที่อิตาลีก็ให้ความคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้นำอิสราเอลเช่นกัน
เรียบเรียงจาก Politico