สื่อต่างประเทศรายงานว่า สมาชิก 7 ประเทศของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) จะประชุมกันในวันนี้เพื่อกำหนดระดับการผลิตน้ำมันใหม่ เป็นครั้งแรกหลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ถอนตัวออกจากกลุ่มอย่างเป็นทางการ
ยูเออี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก ได้ออกจากทั้งกลุ่ม OPEC และ OPEC+ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ยูเออีตัดสินใจถอนตัวตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน เนื่องจากไม่พอใจกับข้อจำกัดที่กลุ่มกำหนดเกี่ยวกับปริมาณการผลิตน้ำมันที่ประเทศสามารถผลิตได้
แหล่งข่าว 2 รายที่ใกล้ชิดกับแนวคิดของกลุ่มเปิดเผยว่า OPEC+ ได้เห็นชอบในหลักการที่จะเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมันในเดือนมิถุนายน แม้ว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยังคงรบกวนอุปทานน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย
โดยทั้ง 7 ประเทศมีข้อตกลงเบื้องต้นที่จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันราว 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นการปรับเพิ่มต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า การเพิ่มขึ้นดังกล่าวอาจยังคงอยู่เพียงในทางเทคนิค เนื่องจากตราบใดที่สงครามยังดำเนินต่อไป การส่งออกน้ำมันจากอ่าวยังคงถูกรบกวนอย่างหนัก
สำหรับ 7 ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมในวันที่ 3 พฤษภาคม ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต แอลจีเรีย คาซัคสถาน รัสเซีย และโอมาน
หลังยูเออีถอนตัว ปัจจุบัน OPEC+ มีสมาชิกทั้งหมด 21 ประเทศ รวมถึงอิหร่าน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเพียง 7 ประเทศดังกล่าวและยูเออีเท่านั้นที่มีบทบาทในการตัดสินใจเรื่องอัตราการผลิตน้ำมันรายเดือน
สงครามอิหร่านที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต และยูเออี ซึ่งก่อนเกิดความขัดแย้ง ประเทศเหล่านี้เป็นกลุ่มเดียวใน OPEC+ ที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้
ส่วนอิหร่าน แม้จะเป็นสมาชิก OPEC+ เช่นกัน แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 7 ประเทศที่ประชุมครั้งนี้ โดยการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเองก็ลดลงจากมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ที่เริ่มบังคับใช้ในเดือนเมษายน
ที่มา: Al Jazeera / Reuters