องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าการระบาดของไวรัสฮันตาที่เกี่ยวข้องกับเรือสำราญเอ็มวี ฮอนเดียส จะลุกลามเป็นการระบาดในวงกว้าง แม้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
เตโวโดรส อัดฮาโนม เกอเบรออีเยอซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ว่า ณ เวลานี้ยังไม่พบหลักฐานว่ากำลังเกิดการระบาดขนาดใหญ่ แต่เตือนว่าสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากไวรัสมีระยะฟักตัวค่อนข้างนาน
เขาย้ำว่า ภารกิจควบคุมการระบาดยังไม่สิ้นสุด แม้ผู้โดยสารชุดสุดท้ายจะอพยพออกจากเรือแล้วก็ตาม
เรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ เอ็มวี ฮอนเดียส ออกจากเกาะเตเนรีเฟของสเปนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองรอตเตอร์ดัม เพื่อดำเนินการฆ่าเชื้อและตรวจสอบด้านสาธารณสุขเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะถึงปลายทางในวันที่ 17 พฤษภาคม
ขณะนี้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว 3 ราย ได้แก่ ชายชาวดัตช์สูงอายุที่เสียชีวิตบนเรือเมื่อวันที่ 11 เมษายน ภรรยาของเขาที่เสียชีวิตในแอฟริกาใต้ และหญิงชาวเยอรมันที่เสียชีวิตบนเรือเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม
WHO ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วอย่างน้อย 7 ราย รวมถึงชาวอเมริกันและชาวฝรั่งเศสที่เดินทางกลับประเทศก่อนหน้านี้
ไวรัสฮันตามักแพร่เชื้อผ่านสัตว์ฟันแทะ แต่เชื้อสายพันธุ์แอนดีส ซึ่ง WHO เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการระบาดครั้งนี้ สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ในบางกรณี โดยผู้โดยสารบางรายเชื่อว่าติดเชื้อระหว่างเดินทางในอาร์เจนตินาและชิลี ก่อนขึ้นเรือ
อาการของโรคประกอบด้วย ไข้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย และหายใจลำบาก
ด้านโรงพยาบาลในเมืองไนเมเคิน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ 12 คน ถูกกักตัวเพื่อเฝ้าระวัง หลังสัมผัสเลือดและปัสสาวะของผู้ป่วยโดยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขสเปนเปิดเผยว่า มีชาวสเปน 1 คนที่อยู่ระหว่างกักตัวในกรุงมาดริดมีผลตรวจเบื้องต้นเป็นบวก ส่วนฝรั่งเศสกำลังติดตามผู้สัมผัสเสี่ยง 22 คน หลังหญิงชาวฝรั่งเศสที่ติดเชื้อมีอาการทรุดลง
ด้านกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่า พบชาวอเมริกันอีกรายมีอาการเล็กน้อย หลังเดินทางกลับจากเที่ยวบินอพยพ โดยทั้งสองรายถูกลำเลียงในหน่วยป้องกันการแพร่เชื้อเพื่อความปลอดภัย
เรือเอ็มวี ฮอนเดียส เดินทางออกจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เมษายน พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 147 คน จาก 23 ประเทศ โดยตลอดหลายวันที่ผ่านมา มีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 122 คนถูกส่งกลับประเทศต้นทางผ่านเที่ยวบินพิเศษของรัฐบาลแต่ละประเทศ
ที่มา: BBC