วันที่ 17 พ.ค. องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรค “อีโบลา” (Ebola) ในจังหวัดอิตูริ ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ
องค์การกล่าวเพิ่มเติมว่า การระบาดครั้งนี้ ซึ่งมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อแล้วประมาณ 246 ราย และเสียชีวิต 80 ราย ยังไม่เข้าเกณฑ์ภาวะฉุกเฉินระดับการระบาดใหญ่ (Pandemic)
อย่างไรก็ตาม ดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก เตือนว่า “ขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนอย่างมากเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงและการแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์ของการระบาด”
องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า เชื้ออีโบลาสายพันธุ์ปัจจุบันเกิดจากไวรัสบุนดิบูกโย (Bundibugyo virus) ซึ่งยังไม่มีตัวยาหรือวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ
องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการแล้ว 8 ราย และมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อและผู้เสียชีวิตอีกหลายรายใน 3 เขตสุขภาพ รวมถึงเมืองบุนยา เมืองหลักของจังหวัดอิตูริ และเมืองเหมืองทองคำมงวาลูและรวัมปารา
องค์การอนามัยโลกกล่าวเพิ่มเติมว่า ไวรัสได้แพร่กระจายออกไปนอกสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกแล้ว โดยพบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 2 รายในประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดา
เจ้าหน้าที่ยูกันดาระบุว่า ชายวัย 59 ปีที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ตรวจพบเชื้อไวรัส
ประเทศที่อยู่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกถือเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่กระจายเพิ่มเติม เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายประชากร การค้า และการเดินทาง
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดาจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินมาตรการป้องกันการติดเชื้อ
เพื่อลดการแพร่กระจาย องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วควรได้รับการแยกตัวและรักษาทันที จนกว่าผลการตรวจหาเชื้อไวรัสบุนดิบูกโย 2 ครั้ง ห่างกันอย่างน้อย 48 ชั่วโมง จะเป็นลบ
สำหรับประเทศที่อยู่ติดกับภูมิภาคที่มีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว รัฐบาลควรเพิ่มการเฝ้าระวังและการรายงานด้านสุขภาพ
องค์การอนามัยโลกกล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศนอกภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบไม่ควรปิดพรมแดนหรือจำกัดการเดินทางและการค้า เนื่องจากมาตรการดังกล่าวโดยปกติแล้วมักดำเนินการด้วยความกลัวและไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
โรคอีโบลาถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1976 ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และเชื่อว่าแพร่กระจายมาจากค้างคาว นี่เป็นการระบาดครั้งที่ 17 ของโรคไวรัสร้ายแรงนี้ในประเทศนี้
โรคนี้แพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งในร่างกายและผ่านบาดแผลที่ผิวหนัง ทำให้เกิดเลือดออกอย่างรุนแรงและอวัยวะล้มเหลว
อาการเริ่มต้น ได้แก่ ไข้ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และเจ็บคอ ตามมาด้วยอาเจียน ท้องเสีย ผื่น และเลือดออก
ยังไม่มีวิธีรักษาโรคอีโบลาที่ได้ผล โดยอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50% ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก
ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสนี้ในประเทศแถบแอฟริกาประมาณ 15,000 คน
การระบาดที่ร้ายแรงที่สุดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเกิดขึ้นระหว่างปี 2018 ถึง 2020 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,300 คน ส่วนปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิต 45 คน หลังจากการระบาดในพื้นที่ห่างไกล
เรียบเรียงจาก BBC