กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญาต่ออดีตประธานาธิบดีคิวบา ราอูล คาสโตร ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงเครื่องบินพลเรือนขององค์กรผู้ลี้ภัยชาวคิวบาลำตกเมื่อปี 1996 ซึ่งทำให้ชาวคิวบาและชาวอเมริกันเสียชีวิตรวม 4 คน
ท็อดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า ราอูล ซึ่งปัจจุบันอายุ 94 ปี และเป็นน้องชายของ ฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำการปฏิวัติที่เสียชีวิตไปแล้ว ถูกตั้งข้อหาฐานสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรมพลเมืองสหรัฐฯ การฆาตกรรม และการทำลายเครื่องบิน
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว CNN รายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลคิวบามองว่า การตั้งข้อหาดังกล่าวเป็นเหมือนการปูทางไปสู่การแทรกแซงทางทหาร เหมือนกรณีของอดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร ที่เคยถูกดำเนินคดีโดยทางการสหรัฐฯ เช่นกัน ก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ จะเปิดฉากปฏิบัติการบุกจับกุมตัวเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้นายมาดูโรถูกคุมตัวไปขึ้นศาลที่เมืองนิวยอร์ก
ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะมีการแถลงประกาศเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรต่อคิวบา “ในไม่ช้านี้”
สำหรับคิวบาเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มานานกว่า 60 ปี และล่าสุดสหรัฐฯ ก็เพิ่งเริ่มการสกัดการขนส่งน้ำมันเข้าสู่คิวบา ส่งผลให้วิกฤตการณ์ด้านพลังงานของประเทศเกาะแห่งนี้เข้าสู่วิกฤตขั้นเลวร้าย
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 20 พ.ค. กองทัพสหรัฐฯ รายงานว่า กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 11 ของสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส นิมิตซ์” เดินทางถึงทะเลแคริบเบียนแล้วในสัปดาห์นี้
โดยกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า “เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตซ์, กองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 17 ที่ปฏิบัติการอยู่บนเรือ, เรือยูเอสเอส กริดลีย์ และเรือยูเอสเอ็นเอส พาตูเซนต์ คือตัวแทนแห่งความพร้อมและการวางกำลัง ซึ่งมีพิสัยทำการและอานุภาพที่ไม่มีใครเทียบได้ รวมถึงความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์”