ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ว่า การเจรจาเพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่ว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เสร็จสิ้นไปแล้วเป็นส่วนใหญ่และจะประกาศออกมาในเร็วๆ นี้ พร้อมเสริมว่า ข้อตกลงครอบคลุมการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม “ทรัมป์” ยืนยันว่าข้อตกลงใด ๆ จะต้องป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด
ขณะที่ก่อนหน้านี้ เอสมาอิล บากาอี (Esmaeil Baghaei) โฆษกกกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนของวอชิงตันและเตหะราน มีความใกล้เคียงกันมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เตือนว่า ยังไม่ได้หมายความว่า จะสามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นสำคัญได้ พร้อมกล่าวหาว่าฝ่ายอเมริกันให้ถ้อยแถลงที่ขัดแย้งกันเอง
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า อิหร่านกำลังจัดทำบันทึกความเข้าใจที่มีเป้าหมายเพื่อบรรลุข้อตกลงในรูปแบบกรอบความร่วมมือ 14 ข้อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดของ MoU เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาเพิ่มเติมใน 30 - 60 วัน และนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย
บรรยากาศการเจรจากลับมามีความหวังขึ้นอีกขึ้นหลังสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นก่อนหน้านี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ไม่เปิดเผยชื่อให้ข้อมูลกับสื่อสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลกำลังเตรียมแผนโจมตีทางทหารระลอกใหม่ แม้จะยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายก็ตาม
นอกจากนี้ “ทรัมป์” ยังโพสต์ข้อความในวันเดียวกันว่า จะไม่เข้าร่วมพิธีแต่งงานของ “โดนัลด์ จูเนียร์” บุตรชาย เพื่ออยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงเวลาสำคัญนี้ และ “ทรัมป์” ยังเคยกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า ข้อตกลงหยุดยิง กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตหนัก หลังปฏิเสธข้อเรียกร้องของเตหะราน โดยระบุว่า เป็นเงื่อนไขที่ไม่อาจยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวฟาร์ส สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า คำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเต็มรูปแบบภายใต้ข้อตกลงสันติภาพห่างไกลจากความเป็นจริง
รายงานระบุว่า จากข้อความที่แลกเปลี่ยนกันล่าสุด หากมีการบรรลุข้อตกลง ช่องแคบฮอร์มุซจะยังอยู่ภายใต้การบริหารของอิหร่าน แม้อิหร่านจะยินยอมให้จำนวนเรือที่ผ่านกลับมาอยู่ในระดับก่อนสงคราม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเสรีภาพในการเดินเรือเหมือนก่อนเกิดสงคราม
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การบริหารช่องแคบ การกำหนดเส้นทาง เวลา วิธีการเดินเรือ และการออกใบอนุญาต จะยังอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านแต่เพียงฝ่ายเดียว
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรืออิหร่านตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ตอบโต้อิหร่านที่พยายามควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จุดชนวนความขัดแย้งทั่วตะวันออกกลาง
ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ก่อนที่ต่อมา จะมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในช่วงต้นเดือนที่แล้ว และตั้งแต่นั้น วอชิงตันกับเตหะรานได้เริ่มการเจรจาเพื่อข้อตกลงสันติภาพระยะยาว