เมื่อคืนที่ผ่านมา (12 เม.ย. 69) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า แม้ว่าการเจรจาในปากีสถานจะเป็นไปด้วยดี และมีการตกลงกันได้ในประเด็นส่วนใหญ่ แต่อิหร่านยังคงปฏิเสธที่จะอ่อนข้อในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่าเขาได้สั่งการให้กองทัพเรือค้นหาและสกัดกั้นเรือทุกลำในน่านน้ำสากลที่จ่ายค่าผ่านทางให้กับอิหร่าน และกองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังจะเริ่มทำลายทุ่นระเบิดที่อิหร่านวางไว้ในช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์บอกเป็นนัยว่าจะมีประเทศอื่นๆ เข้ามาร่วมในความพยายามปิดล้อมครั้งนี้ด้วย โดยไม่ได้ระบุชื่อประเทศ ทรัมป์เสริมว่า “หากอิหร่านโจมตีเราหรือโจมตีเรือที่เดินทางโดยสันติ ก็จะถูกถล่มจนย่อยยับ” พร้อมทิ้งท้ายว่า “การปิดล้อมจะเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้”
หลังจากนั้น ทรัมป์ก็ได้โพสต์อีกข้อความ ระบุว่า “อิหร่านสัญญาว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และพวกเขาก็จงใจที่จะไม่ทำตาม ซึ่งสิ่งนี้สร้างความวิตกกังวล ความวุ่นวาย และความเดือดร้อนให้กับผู้คนและหลายประเทศทั่วโลก"
"พวกเขาบอกว่าวางทุ่นระเบิดไว้ในน้ำ ทั้งที่กองเรือทั้งหมดและเรือวางทุ่นระเบิดส่วนใหญ่ของพวกเขาถูกทำลายไปหมดแล้ว พวกเขาอาจจะทำจริง แต่เจ้าของเรือคนไหนล่ะที่อยากจะเสี่ยง"
"พวกเขาควรเริ่มกระบวนการเปิดน่านน้ำสากลแห่งนี้ให้เร็วและไวที่สุด ตามที่ได้สัญญาไว้”
ทรัมป์ยังกล่าวถึงการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดว่า เขาได้รับรายงานสรุปอย่างละเอียดจาก รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ พร้อมทั้งชื่นชมความพยายามของนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ปากีสถานและทีมงานทรัมป์ย้ำว่า หลังจากการเจรจาที่ยาวนานเกือบ 20 ชั่วโมง มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สำคัญ นั่นคืออิหร่านไม่เต็มใจที่จะละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์
หลังจากนั้น ทรัมป์ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Fox News โดยระบุว่า นาโตได้เสนอตัวที่จะช่วยเคลียร์ทุ่นระเบิดในช่องแคบ พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าเส้นทางเดินเรือที่สำคัญนี้จะกลับมาใช้งานได้อีกครั้งในเวลาไม่นาน
"เรากำลังจะปิดล้อม มันต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่จะเริ่มมีผลเร็ว ๆ นี้... เราผิดหวังกับนาโตมาก เราผิดหวังจริงๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่มา แต่ตอนนี้พวกเขาอยากจะมาช่วยจัดการเรื่องช่องแคบแล้ว และการเคลียร์ช่องแคบคงใช้เวลาไม่นานนัก"
ทรัมป์กล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ กำลังส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดเข้าไป ขณะที่สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกนาโต และอีกสองสามประเทศก็จะส่งด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเตือนว่าจีนจะต้องเผชิญกับการเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หากมีการส่งมอบอาวุธให้อิหร่าน อย่างไรก็ตาม เขายังสงสัยว่าปักกิ่งจะกล้าทำเช่นนั้นหรือไม่ แม้ว่าหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ จะระบุว่าจีนมีแผนการดังกล่าว
ทรัมป์คาดว่าอิหร่านจะยอมกลับมาเจรจา พร้อมกับขู่ว่าเขาสามารถจัดการอิหร่านให้จบได้ภายในวันเดียว โดยทรัมป์ระบุว่า ยังมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์อื่นๆ ที่สหรัฐฯ อาจโจมตีได้ เช่น โรงงานผลิตน้ำจืด โครงข่ายไฟฟ้า และสะพานต่างๆ หากยังไม่มีการบรรลุข้อตกลง
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกมาเตือนว่า การดำเนินกลยุทธ์ที่ผิดพลาดใดๆ จะทำให้ศัตรูต้องติดกับดักอยู่ในวังวนมรณะในช่องแคบฮอร์มุซ กองบัญชาการกองทัพเรือของ IRGC ระบุผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านยังคง ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเด็ดขาด หลังจากที่ทรัมป์มีคำสั่งให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ปิดล้อมเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้กองทัพเรือ IRGC ได้เผยแพร่คลิปซึ่งแสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่เรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐฯ 2 ลำ ได้แก่ ยูเอสเอส ไมเคิล เมอร์ฟี่ และยูเอสเอส แฟรงก์ อี ปีเตอร์สัน ได้รับคำเตือนให้ถอยห่างออกจากช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้นจะตกเป็นเป้าโจมตี
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าเรือพิฆาตทั้งสองลำได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว คำยืนยันของทรัมป์มีขึ้นหลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุเมื่อวันเสาร์ว่า เรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีทั้งสองลำได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดแล้ว
ล่าสุด CENTCOM ระบุว่า มาตรการปิดล้อมจะเริ่มต้นในเวลา 22.00 น. วันนี้ ตามเวลาประเทศไทย โดยจะบังคับใช้อย่างเท่าเทียมต่อเรือของทุกชาติที่เดินทางเข้าออกจากท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านทั้งในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน โดยย้ำว่าจะไม่ขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือสำหรับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อมุ่งหน้าไปยังหรือมาจากท่าเรือของประเทศอื่นที่ไม่ใช่อิหร่าน
“โป๊ปเลโอที่ 14” ย้ำจุดยืนต่อต้านสงคราม
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ผู้นำศาสนจักรโรมันคาทอลิก ยืนยันว่าจะยังคงออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านสงครามต่อไป หลังถูก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจมตีอย่างรุนแรง
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังแอลจีเรีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเยือน 4 ประเทศในทวีปแอฟริกาเป็นเวลา 10 วัน
โป๊ปเลโอที่ 14 ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ต้องการโต้เถียงกับทรัมป์ และเห็นว่าสารของพระวรสารไม่ควรถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยย้ำว่าหน้าที่ของตนคือการส่งเสริมสันติภาพ ไม่ใช่การเมือง
โป๊ปเลโอที่ 14 ระบุว่า จะยังคงส่งเสียงต่อต้านสงครามต่อไป พร้อมผลักดันการเจรจา ความร่วมมือพหุภาคี และการหาทางออกที่เป็นธรรมต่อปัญหาระหว่างประเทศ
"ผู้คนจำนวนมากกำลังทุกข์ทรมาน ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากกำลังถูกสังหาร และต้องมีใครสักคนลุกขึ้นมาบอกว่ายังมีหนทางที่ดีกว่า" โป๊ปเลโอที่ 14 กล่าว
ฝรั่งเศส-อังกฤษ เตรียมประชุมหารือแนวทางฟื้นฟูเสรีภาพการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสจะร่วมกับสหราชอาณาจักร จัดการประชุมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อหารือแนวทางฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
มาครง ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า การประชุมดังกล่าวจะเชิญประเทศที่พร้อมมีส่วนร่วมในภารกิจพหุชาติแบบสันติ เพื่อช่วยให้การเดินเรือในช่องแคบกลับมาเป็นปกติ
เขาย้ำว่า ภารกิจนี้จะมีลักษณะเชิงป้องกันอย่างเคร่งครัด และจะแยกออกจากคู่ขัดแย้งในสงคราม เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายให้สามารถดำเนินการได้ทันที เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามของยุโรปในการลดความตึงเครียด และปกป้องเส้นทางพลังงานสำคัญของโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงเปราะบาง
วาติกันโต้ "ทรัมป์" กำลังโจมตีเสียงทางศีลธรรมที่เขาไม่สามารถควบคุมได้ ปมวิจารณ์ "โป๊ปเลโอที่ 14"
วาติกันออกมาตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังวิพากษ์วิจารณ์สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ผู้นำศาสนจักรโรมันคาทอลิกอย่างรุนแรง โดยระบุว่า ผู้นำสหรัฐฯ กำลังโจมตีเสียงทางศีลธรรมที่ไม่สามารถควบคุมได้
อันโตนิโอ สปาดาโร เจ้าหน้าที่วาติกัน กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า ทรัมป์ไม่ได้โต้แย้งกับโป๊ปเลโอโดยตรง แต่พยายามดึงให้ผู้นำศาสนาใช้ภาษาที่เขาสามารถควบคุมได้ ขณะที่โป๊ปเลือกใช้แนวคิดที่ไม่ยึดติดกับอำนาจ ความมั่นคง หรือผลประโยชน์แห่งชาติใด
ความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังโป๊ปเลโอที่ 14 ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรก ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนต่อสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงวิจารณ์ถ้อยคำข่มขู่ของทรัมป์ว่าไม่อาจยอมรับได้
ด้านทรัมป์ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า ไม่ใช่แฟนคลับของโป๊ปเลโอ พร้อมวิจารณ์จุดยืนเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์
ขณะเดียวกัน คริสต์โตเฟอร์ แลมบ์ ผู้สื่อข่าวประจำวาติกัน ระบุว่า ไม่เคยเห็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจมตีโป๊ปในลักษณะนี้มาก่อน พร้อมมองว่าโป๊ปเลโอเป็นดุลอำนาจทางจิตวิญญาณและการทูตต่อผู้นำสหรัฐฯ
ทั้งนี้ โป๊ปเลโอที่ 14 มีกำหนดเริ่มการเยือน 4 ประเทศในแอฟริกา ได้แก่ แอลจีเรีย แคเมอรูน แองโกลา และ อิเควทอเรียลกินี โดยจะเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่เดินทางเยือนแอลจีเรีย
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเยือนประเทศมุสลิมอย่างแอลจีเรีย ในช่วงที่สหรัฐฯ มีปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน สะท้อนความแตกต่างเชิงนโยบายและแนวคิดระหว่างผู้นำศาสนาและผู้นำทางการเมืองอย่างชัดเจน
อังกฤษประกาศชัด! ไม่เข้าร่วมปฏิบัติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซกับสหรัฐฯ
โฆษกรัฐบาลอังกฤษ ระบุว่า สหราชอาณาจักรยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาในการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
รายงานระบุว่า กองทัพเรือและกำลังพลของอังกฤษจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อปิดกั้นท่าเรืออิหร่าน อย่างไรก็ตาม อังกฤษยังคงปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ ในภูมิภาคต่อไป รวมถึงการใช้เรือกวาดทุ่นระเบิดและระบบต่อต้านโดรน
โฆษกรัฐบาลฯ ยังระบุว่า สหราชอาณาจักรยังคงสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือ และการเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนต่อเศรษฐกิจโลกและค่าครองชีพภายในประเทศ
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนจุดยืนของสหราชอาณาจักรที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ และการหลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
อิหร่านเล็งเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ใช้ต่อรองค่าปฏิกรรมสงคราม
สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านส่งสัญญาณยกระดับท่าทีต่อช่องแคบฮอร์มุซ โดยมองว่าการจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงคราม และสร้างอำนาจต่อรองในภูมิภาค
ท่าทีจากฝ่ายอิหร่านสะท้อนแนวคิดเรื่องความยืดหยุ่น การต่อต้าน และการยับยั้ง ควบคู่กับการแสดงความแข็งกร้าวต่อความขัดแย้งรอบใหม่ โดยเฉพาะในประเด็นการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้นำระดับสูงของอิหร่านยังส่งสัญญาณถึงการกำหนดระเบียบใหม่สำหรับช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญของโลก
แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านต้องการใช้แผนเก็บค่าผ่านทางเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เรียกร้องค่าชดเชยจากสงคราม ขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มอิทธิพลด้านความมั่นคงในภูมิภาค
ทั้งนี้ อิหร่านถูกมองว่าสูญเสียอิทธิพลบางส่วนในภูมิภาค เช่นในซีเรีย เลบานอน และอิรัก ทำให้แนวคิดใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นไพ่ต่อรองมีความสำคัญและมีความเป็นไปได้มากขึ้น
แหล่งข่าวยังระบุว่า อิหร่านพร้อมหารือประเด็นช่องแคบฮอร์มุซในการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด โดยได้เตรียมข้อเสนอไปแล้ว และพร้อมเปิดโต๊ะพูดคุยหากได้รับข้อแลกเปลี่ยนที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความพยายามทางการทูตยังห่างไกลจากการบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม และความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไป
"ทรัมป์" ซัดเดือด "โป๊ปเลโอที่ 14" หลังแสดงความเห็นเรื่องอิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ผู้นำศาสนจักรโรมันคาทอลิกอย่างรุนแรงผ่านโซเชียลมีเดีย หลังโป๊ปแสดงความไม่เห็นด้วยต่อท่าทีของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน
ทรัมป์ระบุในโพสต์ว่า โป๊ปเป็นคนที่ห่วยมากในเรื่องนโยบายต่างประเทศ และกล่าวว่า "ผมไม่ต้องการโป๊ปที่คิดว่าการที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องยอมรับได้"
นอกจากนี้ เขายังวิจารณ์เพิ่มเติมว่า โป๊ปเลโอมีจุดยืนที่อ่อนแอด้านอาชญากรรม และอ่อนแอด้านอาวุธนิวเคลียร์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ออกมาวิพากษ์คำขู่ของทรัมป์ที่ระบุว่า "อารยธรรมทั้งหมดอาจพินาศในคืนนี้ หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงยุติสงคราม"
โป๊ปเลโอระบุว่า คำกล่าวดังกล่าวไม่อาจยอมรับได้อย่างยิ่ง พร้อมชี้ว่า นอกจากประเด็นกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว ยังเป็นคำถามด้านศีลธรรมที่สำคัญ
ที่มา: BBC / CNN / Al Jazeera