สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน "สิ้นสุดแล้ว" หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
การปะทุของความขัดแย้งรอบล่าสุดส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังอิหร่านระบุว่า ได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตเพื่อตอบโต้ที่กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้วสั่นคลอน และลดความหวังที่จะพัฒนาบันทึกความเข้าใจ หรือ MoU ซึ่งทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ให้กลายเป็นข้อตกลงสันติภาพถาวร เพื่อยุติสงครามที่เริ่มต้นจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
นักวิเคราะห์มองว่า การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซทำให้อิหร่านมีอำนาจต่อรองสูง เพราะสามารถกดดันเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และสร้างภาวะชะงักงันให้กับมหาอำนาจทางทหารอย่างสหรัฐฯ
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การโจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของการส่งสัญญาณเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองระหว่างการเจรจาสันติภาพระยะยาวกับสหรัฐฯ
ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน อนุญาตให้มีการซื้อขายน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีจากอิหร่านจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวเมื่อวันอังคาร พร้อมกำหนดเส้นตายให้อิหร่านยุติธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในวันที่ 17 กรกฎาคม
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ประณามการเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกรอบข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ จะต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา
นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าจะใช้ทุกมาตรการที่เห็นว่าจำเป็น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและความมั่นคงของประเทศ
ที่มา: Reuters