ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยกับสำนักข่าวแอ็กซิออส ว่าตนเองกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาครั้งสำคัญนั่นคือการตัดสินใจว่าจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อีกครั้งหรือไม่ เพื่อทำลายกลุ่มที่ผู้มีอำนาจของรัฐบาลเตหะรานและยุติสงครามที่เริ่มเปิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์
การตัดสินใจดังกล่าวอาจเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการเลือกตั้งกลางวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้
ซึ่งเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าสงครามกับอิหร่านจะสิ้นสุดลงในการเลือกตั้งกลางเทอม
ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี ทรัมป์ และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้สั่งให้กองทัพรักษาระดับความพร้อมรบของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางไปจนถึงสิ้นปี 2026
โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนเตือนว่าการคงกำลังทหารในตะวันออกกลางในระดับเดียวกับที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และเมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งจะต้องมีการตัดสินใจว่าสงครามจะจบลงอย่างไร
ประธานาธิบดีทรัมป์ ย้ำว่า ตนเองหวังว่าการสู้รบกำลังจะสิ้นสุดในอีกไม่นาน พร้อมเปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีการติดต่อกันโดยตรง
ขณะเดียวกันสำนักข่าวแอ็กซิออสรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ มีกำหนดหารือกับผู้นำประเทศอ่าวอาหรับนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในวันที่ 22 กันยายน เพื่อหารือถึงทิศทางของสงครามอิหร่านและแนวทางหลังความขัดแย้งยุติลง
ประเด็นสำคัญของการประชุมคาดว่าจะอยู่ที่ข้อเสนอของสหรัฐฯ สำหรับยุทธศาสตร์หลังสงคราม หรือแผนรับมือสถานการณ์ในช่วงหลังการสู้รบ โดยรัฐบาลทรัมป์กำลังจัดทำแผนระยะยาวสำหรับตะวันออกกลาง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
ผู้นำและผู้แทนจาก 6 ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ บาห์เรน คูเวต และโอมาน คาดว่าจะเข้าร่วมการหารือ
ด้านหนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิสไทมส์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อที่เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น และกำลังขอความช่วยเหลือจากพันธมิตรในภูมิภาคและตะวันตกเพื่อสนับสนุนในการเผชิญหน้ากับกองกำลังฮูตีในเยเมน
การเคลื่อนไหวของซาอุดีอาระเบียเกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรและผู้จัดหาอาวุธให้กับประเทศในอ่าวเปอร์เซียก็กำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียขอให้จีนช่วยกดดันอิหร่าน เพื่อให้อิหร่านช่วยคุยกับกลุ่มฮูตีให้ยับยั้งการโจมตี และยึดพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดง และช่องแคบบับ อัล มันเดบ
แหล่งข่าวรายงานว่าทางปักกิ่งได้ทำตามที่ซาอุดีอาระเบียร้องขอไปยังเตหะรานแล้ว โดยทางการอิหร่านกลับตอบว่าเสถียรภาพภูมิภาคจะเกิดขึ้นต่อเมื่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต้องยุติโจมตีอิหร่านก่อน