เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ต้องการเปิดทางให้ประเทศแคนาดากลายเป็น "สมาชิกสมทบ" หรือ Associate Member ชาติแรกของสหภาพยุโรป หรือ EU
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสหภาพยุโรปไม่มีสถานะ "สมาชิกสมทบ" กำหนดไว้ในสนธิสัญญา และข้อเสนอดังกล่าวยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าจะให้สิทธิหรือกำหนดภาระผูกพันต่อแคนาดาในระดับใด
ก่อนหน้านี้ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ซึ่งเดินทางไปยังเมืองสตราสบูร์กเพื่อรับฟังการแถลงประจำปีว่าด้วยสถานะของสหภาพยุโรปของฟอน เดอร์ เลเยน ระบุว่า แคนาดาต้องการสร้างพันธมิตรรูปแบบพิเศษกับ EU แต่ไม่ได้ต้องการเข้าเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ
ทั้งนี้ ในสนธิสัญญาของสหภาพยุโรปไม่มีสถานะที่เรียกว่า "สมาชิกสมทบ" แม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะมีการเสนอแนวคิดเกี่ยวกับสถานะสมาชิกในลักษณะใกล้เคียงกันหลายครั้ง
ล่าสุด เยอรมนีเคยเสนอให้ยูเครนได้รับสถานะสมาชิกสมทบ เพื่อเป็นขั้นกลางก่อนเข้าเป็นสมาชิก EU เต็มรูปแบบ แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับแรงสนับสนุนมากพอ หลังประเทศสมาชิก EU บางประเทศคัดค้านแนวคิดนี้
แคนาดาต้องการอะไรจาก EU?
คาร์นีย์กำลังมองหาพันธมิตรใหม่ ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ และคำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของแคนาดา
ทั้งแคนาดาและ EU ต้องการสร้างความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้น เพื่อรับมือกับอิทธิพลทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน รวมถึงรักษาระบอบประชาธิปไตยและระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎกติกา ซึ่งทั้งสองฝ่ายมองว่ากำลังเผชิญแรงกดดัน
ฟอน เดอร์ เลเยน กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจะสร้างพื้นที่ความมั่งคั่งและเศรษฐกิจร่วมกัน ซึ่งจะครอบคลุมความร่วมมือด้านการผลิต พันธมิตรด้านเทคโนโลยี การเชื่อมโยงฐานอุตสาหกรรมกลาโหม ภูมิภาคอาร์กติก ปัญญาประดิษฐ์ พลังงาน และแร่สำคัญ
ทำไมสถานะ "สมาชิกสมทบ" ถึงซับซ้อน?
หาก EU ต้องการสร้างสถานะสมาชิกสมทบขึ้นมาจริง จะถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และอาจมีความซับซ้อนทางกฎหมาย
ฟอน เดอร์ เลเยน เสนอแนวคิดนี้ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของ EU แต่ท้ายที่สุด ประเทศสมาชิก EU จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าแนวคิดดังกล่าวจะเดินหน้าหรือไม่
ขณะเดียวกัน ยังไม่มีสัญญาณว่า ฟอน เดอร์ เลเยนกำลังเสนอให้บรรจุสถานะสมาชิกสมทบ ลงในสนธิสัญญาของ EU เพราะหากต้องแก้ไขสนธิสัญญา จะต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ และต้องผ่านกระบวนการให้สัตยาบันภายในแต่ละประเทศด้วย
ปัจจุบันแคนาดาและ EU มีข้อตกลงการค้าที่เรียกว่า CETA อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ข้อตกลงดังกล่าวจะจัดทำขึ้นมานานกว่าทศวรรษ และมีผลบังคับใช้ชั่วคราวมาแล้ว 9 ปี แต่ประเทศสมาชิก EU หลายประเทศยังไม่ได้ให้สัตยาบันอย่างสมบูรณ์
หากแคนาดาต้องการผูกตัวเองเข้ากับ Single Market หรือตลาดเดียวของ EU อย่างลึกซึ้งมากขึ้น แคนาดาก็จะต้องปรับมาตรฐานและกฎระเบียบหลายด้านให้สอดคล้องกับกฎหมายของ EU
อาจต้องทำตามกฎ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง
สำนักข่าวรอยเตอร์ส ยกตัวอย่าง ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และลิกเตนสไตน์ ซึ่งเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจยุโรป หรือ EEA และสามารถเข้าถึงตลาดเดียวของ EU ได้ แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
แต่ประเทศเหล่านี้ต้องปฏิบัติตามกฎจำนวนมากของ EU โดยไม่มีสิทธิออกเสียงในการกำหนดนโยบายในฐานะประเทศสมาชิก
หากแคนาดาเลือกแนวทางลักษณะเดียวกัน ก็อาจตกอยู่ในสถานะ "rule-taker" หรือประเทศที่ต้องนำกฎของ EU ไปใช้โดยไม่มีสิทธิเต็มที่ในการร่วมตัดสินใจ
อีกตัวอย่างคือ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเข้าถึงตลาดเดียวบางส่วนผ่านข้อตกลงหลายฉบับ ครอบคลุมเรื่องอย่างการเคลื่อนย้ายบุคคล การขนส่ง และการรับรองมาตรฐานสินค้า
ความท้าทายสำหรับแคนาดาคือ ในอดีตกฎและมาตรฐานจำนวนมากของประเทศถูกออกแบบให้สอดคล้องกับ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแคนาดา
แล้วจะกระทบประเทศที่กำลังสมัครเข้า EU ไหม?
การสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขึ้นระหว่างแคนาดากับ EU จะ ไม่ส่งผลโดยตรงต่อเส้นทางการเข้าเป็นสมาชิกของประเทศผู้สมัครในยุโรป
อย่างไรก็ตาม อาจสร้างความไม่พอใจ หากประเทศเหล่านั้นมองว่าแคนาดาได้รับการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ เพราะการเจรจาเข้าเป็นสมาชิก EU และการปรับกฎหมายให้ตรงกับมาตรฐานของสหภาพยุโรปเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน และมักต้องดำเนินการปฏิรูปที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง
การเป็นสมาชิก EU เต็มรูปแบบเปิดให้เฉพาะ ประเทศในยุโรป และให้สิทธิทั้งการเข้าถึงตลาดเดียวของ EU ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 18 ล้านล้านยูโร หรือราว 689 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 20.77 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 693 ล้านล้านบาท ตลอดจนสิทธิออกเสียง การมีตัวแทนในสถาบันของ EU การเข้าถึงเงินทุนของสหภาพ และสิทธิใช้กระบวนการทางกฎหมายผ่านศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป
ก่อนหน้านี้ ยูเครนเคยมองข้อเสนอของเยอรมนีเรื่องสมาชิกสมทบว่า ไม่เป็นธรรม เพราะยูเครนจะสามารถเข้าร่วมได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง
EU ระบุว่า อาจรับสมาชิกใหม่ได้เร็วที่สุดในปี 2030 โดยประเทศที่มีความคืบหน้าในกระบวนการสมัครมากที่สุด ได้แก่ มอนเตเนโกร แอลเบเนีย ยูเครน และมอลโดวา
ดังนั้น ในขณะนี้คำว่า "สมาชิกสมทบ" ยังเป็นเพียงแนวคิดสำหรับสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างแคนาดากับ EU ไม่ได้หมายความว่าแคนาดากำลังจะกลายเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และรายละเอียดเรื่องสิทธิ หน้าที่ ตลอดจนโครงสร้างทางกฎหมายยังต้องได้รับการกำหนดต่อไป
ที่มา: Reuters